ข่าวปลอม อย่าแชร์! เกลือดำผสมน้ำมะนาว ช่วยรักษามะเร็ง

ตามที่มีการโพสต์ข้อความ เกี่ยวกับประเด็น เกลือดำผสมน้ำมะนาว ช่วยรักษามะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความเรื่อง เกลือดำผสมน้ำมะนาว ช่วยรักษามะเร็ง โดยระบุว่า การกินน้ำมะนาวกับเกลือดำก็เหมือนกับน้ำด่างตามธรรมชาติ กินเพื่อการทำลายมะเร็งร้าย ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า เป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากไม่พบข้อมูลวิชาการ หรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่ระบุว่าเกลือดำ และน้ำมะนาวสามารถรักษาโรคมะเร็งได้  หรือการนำมาผสมกันก็ไม่ได้ทำให้เกิดสารใหม่ที่สามารถรักษามะเร็งได้ ซึ่งเกลือดำ ที่รู้จักกันในชื่อเกลือดำหิมาลายัน เป็นเกลือหินชนิดหนึ่ง ที่พบมากในประเทศแถบเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน บังคลาเทศ และอินเดีย มีรสเค็ม และมีกลิ่นฉุนเนื่องจากมีโซเดียมซัลเฟตเป็นองค์ประกอบหลัก และมีแร่ธาตุอื่นปะปนอยู่บ้าง เช่น แมกนีเซียม เหล็ก และทองแดง ทำให้มีสีน้ำเงินม่วง และสีม่วงอมดำ เกลือดำมีปริมาณโซเดียมน้อยกว่าเกลือแกง จึงนิยมนำมาใช้ปรุงแต่งรสอาหาร แม้จะปรากฏข้อมูลการใช้เกลือดำในตำราอายุรเวทของอินเดียแต่ยังไม่พบหลักฐานทางวิชาการยืนยันในประเทศไทย ส่วนน้ำมะนาวมีกรดอินทรีย์หลายชนิดเป็นองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ เช่น กรดซิตริก (Citric acid), กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) และกรดมาลิก (Malic acid)  มีรสเปรี้ยว จึงช่วยกระตุ้นให้มีการขับน้ำลาย  ทำให้ชุ่มคอ  ช่วยขับเสมหะ และลดอาการไอได้ จึงมักพบว่ามีการนำน้ำมะนาวมาผสมกับเกลือและน้ำตาลทรายแดงเพื่อจิบแก้ไอ ขับเสมหะ…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ใบทุเรียนเทศ! สามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้

ตามที่มีข่าวปรากฏตามสื่อ เกี่ยวกับประเด็น ใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีข่าวปรากฏตามสื่อเรื่อง ใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ โดยระบุว่า การนำใบทุเรียนเทศมาต้มเป็นชาแล้วรับประทาน จะช่วยในการฆ่าเซลมะเร็ง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำคีโมถึง 10,000 เท่า ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ซึ่งแม้ว่าจะมีรายงานวิจัยส่วนหนึ่งที่ระบุว่าใบทุเรียนเทศมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีกว่ายาเคมีบำบัดนั้น แต่ข้อมูลนี้เป็นเพียงงานวิจัยในระดับเซลล์ และสัตว์ทดลองเท่านั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ซึ่งใบทุเรียนเทศมีสารบางชนิดที่มีฤทธิ์เป็นยาระงับปวด สามารถต้านการอักเสบ และต้านการเกิดเนื้องอก ทั้งนี้การศึกษาวิจัยในคนมีความสำคัญ และจำเป็นต้องศึกษาหลายด้าน เช่น กลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแยกสารที่ออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ การทดสอบด้านพิษวิทยาและความปลอดภัย ตลอดจนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากใบทุเรียนเทศวางจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปแปบ แคปซูลหรือชาชง ผู้บริโภคควรศึกษาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และหากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าใบทุเรียนเทศสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ใช้โรลออนทำให้เป็นมะเร็งเต้านม

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ใช้โรลออนทำให้เป็นมะเร็งเต้านม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีข้อความว่า โรลออนที่ใช้กันอยู่นั้น มีสารอลูมิเนียมคลอไฮเดรท ที่เป็นสารก่อมะเร็งเต้านมผสมอยู่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบข้อมูลวิชาการ พบว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าการใช้โรลออนระงับกลิ่นกาย (Deodorant) และระงับเหงื่อ (Antiperspirant) ส่งผลให้เกิดมะเร็งเต้านม โดยผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายใช้ลดการเกิดกลิ่นตัวซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีส่วนประกอบ เช่น สารลดเหงื่อ กรดเบนโซอิค สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และน้ำหอม เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อเป็นสารที่ใช้ลดการหลั่งเหงื่อทำให้ผิวหนัง และรูขุมขนบริเวณที่ทาอุดตัน สารนี้มักจะมีส่วนประกอบของโลหะ เช่น อลูมิเนียมคลอไฮเดรท ซึ่งมีความกังวลว่าสารนี้อาจตกค้างที่ผิวหนังบริเวณใต้วงแขนส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการใช้สารระงับเหงื่อ/สารระงับกลิ่นกายมีความเชื่อมโยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม อีกทั้งการใช้สารระงับการหลั่งเหงื่อเป็นการใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ และใช้เฉพาะจุดซึ่งเหงื่อยังคงถูกขับออกบริเวณอื่นของร่างกายได้จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย ทั้งนี้แนะนำให้ควรดูสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์โรลออน เช่น น้ำหอม สารกันบูด เพื่อสังเกตอาการแพ้หรืออาการระคายเคืองต่าง ๆ บริเวณผิวหนัง นอกจากนี้ในผู้ที่มีกลิ่นตัวมากควรรักษาสุขอนามัยให้สะอาด และอาบน้ำด้วยสบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุกลิ่นตัวเป็นประจำ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02…