ข่าวปลอม อย่าแชร์! สบู่แดงรักษาโรคมะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรัง

ตามที่มีการแชร์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สบู่แดงแก้มะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรัง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคลิปวิดีโอที่มีการให้ข้อมูลของสมุนไพรสบู่แดง ว่าสามารถนำมาใช้รักษาโรคมะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรังให้หายได้ โดยทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่ระบุว่าสบู่แดงสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ แม้จะมีการพบสารประกอบสำคัญที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ฟีโนลิก ซาโปนิน และเทอร์พีนอยด์ ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะนำมารักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งสบู่แดง (Jatropha gossypifolia L.) หรือละหุ่งแดง บางพื้นที่เรียกว่าสบู่เลือด (อาจจะทำให้สับสนกับพืชอีกชนิดหนึ่ง คือ Stephania pierrei Diels ซึ่งถูกเรียกเป็นชื่อภาษาไทยว่าสบู่เลือดเช่นกัน) สบู่แดงเป็นไม้พุ่ม ใบอ่อนมีสีม่วงเข้มหรือสีน้ำตาลแดง มักมีการนำใบ ลำต้น ราก และเมล็ด มาใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาพื้นบ้าน แต่การนำพืชสมุนไพรมาใช้เพื่อหวังผลทางการรักษา โดยไม่ทราบรายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาที่เหมาะสม ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาและขอคำแนะจากแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์…

ข่าวบิดเบือน ผู้หญิงที่ย้อมสีผมบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มากขึ้น 60%

ตามที่ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ผู้หญิงที่ย้อมสีผมบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มากขึ้น 60% ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่าผู้หญิงที่ย้อมสีผมบ่อย จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าปกติ ถึง 60% โดยทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่ายาย้อมสีผมเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งยาย้อมสีผมแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ แบบชั่วคราว แบบกึ่งถาวร และแบบถาวร โดยชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือแบบถาวรซึ่งยาย้อมผมชนิดนี้จะแทรกซึมเข้าไปในเส้นผม และคงอยู่อย่างถาวรจนกว่าผมใหม่จะงอกขึ้นมา โดยสารเคมีหลักที่พบในผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมแบบถาวรประกอบไปด้วยสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สารพาราฟินีลินไดอะมีน (PPD) ตะกั่วอะซิเตท แอมโมเนีย เป็นต้น การใช้ยาย้อมผมเป็นประจำอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น มีอาการระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก หู ดวงตา และคอ มีผื่นคันหรือลมพิษทั่วร่างกาย หากมีอาการแพ้รุนแรงจะทำให้หายใจลำบากและหมดสติได้ นอกจากนี้ช่างทำผมยังเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีมากกว่าผู้ที่ย้อมผมเนื่องจากต้องสัมผัสกับสารเคมีที่มาจากน้ำยาต่าง ๆ เป็นประจำ และสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยย้อมผมไม่ควรย้อมสีผม เพราะในน้ำยาย้อมผมมีสารเคมีหลายชนิด อาจก่อให้เกิดอาการแพ้สารเคมีบริเวณผิวหนัง และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน สำหรับช่างทำผมควรสวมใส่ถุงมือและใส่หน้ากากป้องกันสารเคมีขณะปฎิบัติงาน และควรมีระบบระบายอากาศที่ดีในร้านทำผม ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์…