รู้ทันมะเร็ง : ภาวะติดเชื้อกับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 24 ส.ค. 2558           โรคติดเชื้อหรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เคยเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายที่สำคัญเมื่อ 50 ปีก่อน หลังจากที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทั้งความรู้เรื่องสาเหตุของโรคและการค้นพบยารักษาโรคตัวใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันโรคติดเชื้อเดิมๆ หมดพิษสงลง แต่ภาวะติดเชื้อก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งคือ เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งและเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งอาการทรุดลงจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต           ในส่วนของการเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคประเภทไหน ตั้งแต่เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อปาราสิตหรือพยาธิชนิดต่างๆ ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้น เริ่มกันที่เชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไรหรือเชื้อเอชไพโลไร ที่เป็นสาเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งเซลล์ตับในที่สุด เชื้อไวรัสฮิวแมนแปปปิโลม่าหรือไวรัสเอชพีวีเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งอวัยวะเพศหญิง มะเร็งช่องคลอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอด้านในบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อนและต่อมทอนซิล เชื้อไวรัสเอปสไตน์บาร์เป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก ในส่วนของเชื้อปาราสิตหรือพยาธิที่ยังเป็นปัญหาสำคัญในบ้านเราก็คือ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบและเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งท่อน้ำดี ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อจากเชื้อประเภทใดก็ตาม เชื้อโรคกลุ่มที่เป็นสาเหตุมะเร็งพวกนี้มักเป็นการติดเชื้อแบบต่อเนื่องซ้ำๆ แบบเรื้อรัง และมักไม่แสดงอาการเหมือนการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน จนทำให้เซลล์ปกติค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด    …

รู้ทันมะเร็ง : สถานการณ์โรคมะเร็งล่าสุด : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  4 ก.ย. 2558           แม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยเราต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 แต่สถิติโรคมะเร็งล่าสุดของบ้านเราปี 2554 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น           ประการแรกอัตราผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในทั้ง 2 เพศมีแนวโน้มลดลงกล่าวคือ ในเพศชายมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 143.3 รายต่อประชากรหนึ่งแสนราย ลดลงกว่าเมื่อ 3 ปีก่อนหรือปี 2551 ที่พบมะเร็งรายใหม่อยู่ที่ 156.7 รายต่อประชากรหนึ่งแสนราย ส่วนในเพศหญิงมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 131.9 รายต่อประชากรหนึ่งแสนราย ลดลงกว่าในปี 2551 ที่พบมะเร็งรายใหม่อยู่ที่ 138.2 รายต่อประชากรหนึ่งแสนราย หรือเท่ากับผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 112,392 คนต่อปี แบ่งเป็นชาย 54,586 คน และหญิง 57,586 คน แม้ว่าจำนวนผู้หญิงที่เป็นมะเร็งรายใหม่จะพบมากกว่า ตามจำนวนประชากรเพศหญิงบ้านเราที่มีมากกว่าเพศชาย แต่ผู้ป่วยมะเร็งเพศชายกลับเสียชีวิตมากกว่า คือเสียชีวิตปีละ…

รู้ทันมะเร็ง : หัวนมบอดกับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  18 ก.ย. 2558           ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อผู้หญิงทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงบ้านเรา สถิติล่าสุดของปี 2554 พบว่าบ้านเรามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 28 รายต่อประชากร 100,000 ราย หากมองย้อนไปเมื่อปี 2533 เมืองไทยเราพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่เพียง 13 รายต่อประชากร 100,000 ราย เรียกว่าเพิ่มขึ้นเกินกว่าเท่าตัวในช่วงเวลา 20 ปี และที่สำคัญมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกประเทศทั่วโลกทั้งประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว           คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับการคลำหาก้อนผิดปกติที่เกิดขึ้นในเต้านม แต่สิ่งหนึ่งที่มักมองข้ามคือการสังเกตบริเวณหัวนมและลานหัวนม ภาวะหัวนมบอดมีทั้งที่เป็นมาแต่กำเนิดและเกิดขึ้นภายหลัง มีตั้งแต่หัวนมยุบลงไปเพียงเล็กน้อยจนถึงหัวนมบุ๋มลงไปแบบถาวร คนที่มีภาวะหัวนมบอดหรือหัวนมไม่ยื่นออกมาตามปกติ ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสที่สิ่งสกปรกจะตกค้างหมักหมมภายใน มีกลิ่นเหม็น และท้ายที่สุดเกิดแผลบริเวณหัวนมที่เรื้อรังรักษายากและมีโอกาสเป็นมะเร็งในที่สุด การแก้ไขหัวนมบอดมีตั้งแต่การใช้นิ้วมือดันด้านข้างหัวนมทั้งสองด้านและดึงหัวนมบ่อยๆ การใช้อุปกรณ์สุญญากาศเป็นจุกครอบหัวนมช่วยดึงหัวนมขึ้นมา และสุดท้ายคือการผ่าตัดในกรณีที่หัวนมบอดมากและใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล ส่วนคุณผู้หญิงที่หัวนมยื่นเป็นปกติ แต่ต่อมาหัวนมเริ่มหดสั้นลงๆ จนเป็นหัวนมบุ๋มลงไป อันนี้น่ากลัวกว่า เพราะอาจเกิดจากมีก้อนมะเร็งใต้หัวนมที่ลุกลามไปที่ท่อน้ำนมและเกิดการดึงรั้งให้หัวนมหดตัวสั้นลง    …

รู้ทันมะเร็ง : ประกวดภาพต้านภัยมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  25 ก.ย. 2558           การรณรงค์ต้านภัยมะเร็งที่ทำกันในแต่ละประเทศทั่วโลกนั้น ไม่ใช่นึกอยากจะรณรงค์มะเร็งอะไรก็ทำตามๆ กันไป มีทั้งที่รณรงค์ในประเด็นรวมๆ ที่เป็นปัญหาร่วมกันในหลายประเทศ ที่มักถูกกำหนดโดยองค์กรวิชาชีพสุขภาพด้านโรคมะเร็งระดับนานาชาติและองค์การอนามัยโลก เช่น ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับโรคมะเร็ง อีกประเภทก็เป็นการรณรงค์ตามบริบทปัญหาโรคมะเร็งของแต่ละประเทศว่า มะเร็งของอวัยวะใดที่พบบ่อยหรือมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศนั้นๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านโรคมะเร็งก็ต้องพยายามหารูปแบบในการรณรงค์ ที่สามารถดึงความสนใจของประชาชน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นในที่สุด           วกกลับมาที่บ้านเรา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งอย่างต่อเนื่องมาตลอดคือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติและโรงพยาบาลมะเร็งในส่วนภูมิภาคอีก 7 แห่งทั่วประเทศ ทั้งหมดเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ด้านสุขภาพ มักเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์เทคโนโลยีใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆ ที่ใช้ในการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นการไล่ตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วที่ปลายเหตุ การรณรงค์ด้านการป้องกันโรคมะเร็งให้สัมฤทธิผลนั้นยุ่งยากกว่า เพราะเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในระดับปัจเจกบุคคล การแก้ปัญหามลภาวะในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับชุมชนและระดับประเทศที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ในส่วนของการรณรงค์ด้านการคัดกรองโรคมะเร็ง ให้ประชาชนหันมาใส่ใจตรวจสุขภาพเพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มต้น ไม่ปล่อยให้มีอาการเป็นมากแบบที่เป็นกันส่วนใหญ่ในขณะนี้ ก็เป็นเรื่องยากตราบใดที่ปัญหาปากท้องของคนในชาติยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นการรณรงค์ดังกล่าวจึงต้องพยายามหาวิธีการและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้สังคมหันมาให้ความสนใจภัยของโรคมะเร็งมากขึ้น    …

รู้ทันมะเร็ง : แด่ญาติผู้ป่วยมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 2 ต.ค. 2558           ปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลสำคัญที่มีผลต่อตัวผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างมาก หนีไม่พ้นบรรดาญาติพี่น้อง ยิ่งญาติสนิทใกล้ชิดที่อยู่บ้านเดียวกัน เช่น คู่สมรส ลูกหลาน ที่รู้นิสัยใจคอผู้ป่วยเป็นอย่างดี ยิ่งมีบทบาทสำคัญต่อผลการรักษาที่ไม่อาจมองข้ามไปได้           ประเด็นแรกเรื่องของกำลังใจ ญาติผู้ป่วยเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการให้กำลังใจผู้ป่วยตลอดทุกขั้นตอน นับตั้งแต่ทันทีที่รู้ว่าเป็นมะเร็ง ระหว่างการรักษาจนถึงระยะสุดท้ายของโรค ผู้ป่วยรายไหนที่ญาติไม่ค่อยดูแล ไม่เอาใจใส่ ทอดทิ้งให้ผู้ป่วยต่อสู้โรคร้ายเพียงลำพัง ผลการรักษามักไม่ค่อยดี           ประเด็นที่สอง เรื่องการให้คำแนะนำของญาติ โดยเฉพาะคำแนะนำเรื่องการรักษาและการปฏิบัติตัว มีญาติผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไปเชื่อเรื่องการรักษามะเร็งของคนอื่นหรือจากสื่อออนไลน์ พาผู้ป่วยไปรักษาผิดทิศผิดทาง ยิ่งถ้าผู้ป่วยเป็นคนจิตใจอ่อนไหวง่าย กลัวการรักษาแผนปัจจุบันอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่โรคมะเร็งยังเป็นระยะไม่มาก มีโอกาสหายขาดค่อนข้างสูงหากรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะฉะนั้นญาติที่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ก็อย่าไปให้คำแนะนำที่ผิดๆ เป็นการทำบาปทำกรรมตัดโอกาสการรักษาของคนที่รักไปโดยไม่รู้ตัว          …

รู้ทันมะเร็ง : ผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านม : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  9 ต.ค. 2558           ย่างเข้าเดือนตุลาคมปลายฝนต้นหนาว เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม ถือโอกาสเตือนคุณผู้ชายทั้งหลาย เพราะหลายคนยังคิดว่าผู้ชายอย่างเราไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมแน่นอน แต่แท้จริงแล้วมีโอกาสเป็นเช่นเดียวกัน เพียงแต่พบได้น้อยกว่าเท่านั้น           จากสถิติพบว่าโดยทั่วไปเพศชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมตลอดอายุขัยอยู่ที่ 1 ใน 1,000 ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2558 คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพศชายรายใหม่ 2,350 คน น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด เสียชีวิต 440 ราย ในขณะที่เพศหญิงเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมอยู่ที่ประมาณ 40,000 รายต่อปี โดยอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมในเพศชายค่อนข้างคงที่ในช่วง 30 ปี ในขณะที่อุบัติการณ์ในเพศหญิงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพศหญิงพบมากกว่าเพศชายประมาณ 100 เท่า ในเพศชายนั้นพบบ่อยในช่วงอายุ 60-70 ปี โดยพบว่าผู้ชายที่เป็นมะเร็งเต้านมมีอายุเฉลี่ยมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม 7-8 ปี    …

รู้ทันมะเร็ง : ผื่นหัวนมอีกหนึ่งสัญญาณมะเร็งเต้านม : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  16 ต.ค. 2558           เดือนตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมทั่วโลก ถือโอกาสเล่าเรื่องมะเร็งเต้านมเพื่อความต่อเนื่อง เรื่องของผื่นบริเวณหัวนมอีกอาการหนึ่งของความผิดปกติที่อาจเป็นอาการของมะเร็งเต้านม ที่ไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึง ส่วนใหญ่มักเน้นเรื่องหัวนมบอดและมีน้ำผิดปกติไหลออกจากหัวนม จนคุณผู้หญิงหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแค่ผิวหนังอักเสบ ไปหาหมอโรคผิวหนังหรือแค่ซื้อยามาทาก็หาย ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก           แท้จริงแล้วเจ้าผื่นที่ว่าอาจเกิดขึ้นที่หัวนมหรือลานหัวนมก็ได้ โดยมากมักเริ่มจากเป็นผื่นแดง ตุ่มแดง มีอาการแสบๆ คันๆ มีน้ำเหลืองไหล ช่วงแรกอาจจะเป็นๆ หายๆ ต่อมากลายเป็นแผลแข็งตกสะเก็ด ที่สำคัญคือพวกนี้รักษาด้วยยาทาที่หมอโรคผิวหนังให้แล้วก็ยังไม่หาย เป็นเพราะเกิดจากการที่เซลล์มะเร็งเกิดเริ่มต้นในท่อน้ำนมใต้หัวนม แล้วลามขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมและลานหัวนมในที่สุด พูดง่ายๆ ว่าแทนที่จะลามลงด้านล่างในเนื้อเต้านมตามปกติ และมาพบแพทย์ด้วยเรื่องก้อนเต้านมให้คลำเจอได้ กลับมาด้วยผื่นด้านบนแทน และมักจะคลำหาก้อนไม่ค่อยได้ ผื่นพวกนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่าโรคพาเจ็ตของเต้านมหรือหัวนม ตามชื่อของหมอคนแรกที่ค้นพบโรคนี้ โรคนี้พบได้ไม่บ่อย ในสหรัฐอเมริกาพบแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด ส่วนใหญ่พบในคนอายุมากกว่า 50 ปี และ 97 เปอร์เซ็นต์…

รู้ทันมะเร็ง : ชนะมะเร็งเต้านมด้วยริบบิ้นสีชมพู : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  23 ต.ค. 2558           สัญลักษณ์ริบบิ้นสีชมพูหรือโบชมพูเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้น โดยเฉพาะเดือนตุลาคม ทั่วโลกมีการรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านมกันเป็นวาระประจำ ที่ทำกันในเดือนตุลาคมของทุกปีอย่างเป็นทางการมา 23 ปีมาแล้วนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมา หลายองค์กรในต่างประเทศช่วยกันรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมกันมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เพราะปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเพศหญิงทั่วโลกและเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปอดเมื่อรวมทั้ง 2 เพศ ในปี 2555 มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 1.7 ล้านคน ในขณะที่ของไทยเราเมื่อ 20 ปีก่อนมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดในเพศหญิง แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าหรือ 20 เปอร์เซ็นต์ ปีละประมาณ 1.3 หมื่นราย จนเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทยในที่สุด           ทราบข้อมูลแบบนี้ก็อย่าเข้าใจผิดว่าประเทศไทยเราพบมะเร็งเต้านมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในบ้านเราพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 28.5 รายต่อประชากรหนึ่งแสนราย…

รู้ทันมะเร็ง : เลิกกินปลาน้ำจืดดิบ ลดมะเร็งท่อน้ำดี : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  30 ต.ค. 2558           ภาพผู้ป่วยสูงอายุชาวอีสานมาโรงพยาบาลด้วยอาการตัวเหลืองตาเหลือง คันตามตัว เบื่ออาหาร ท้องมาน ที่เคยพบเห็นเป็นประจำในทุกโรงพยาบาล จนแพทย์แทบไม่ต้องตรวจเพิ่มเติมก็บอกได้ว่าเป็นมะเร็งท่อน้ำดีระยะลุกลามนั้น ต่อไปคงจะลดน้อยลงไป เพราะทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแรงร่วมใจกันมากขึ้น ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค คือต้องเลิกกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดดิบหรือสุกๆ ดิบๆ อย่างจริงจังกันเสียที สำหรับคนที่เลิกกินได้เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว แต่อาจมีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับแอบแฝงอยู่ จากสถิติพบว่ามีคนไทยประมาณ 8 ล้านคนที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ก็ต้องรับประทานยาถ่ายพยาธิให้เป็นเรื่องเป็นราวตามคำแนะนำของแพทย์ จะได้กำจัดต้นตอของสาเหตุที่ทำให้เกิดเซลล์ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง จนเซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด นอกจากนั้นต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งพวกไนโตรซามีนจากอาหารหมักดองพวกปลาร้า น้ำปลาร้าที่ชอบใส่กันในการปรุงอาหารอีกด้วย           ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเรื่องหลักๆ ของการป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งท่อน้ำดี แต่การที่จะเอาชนะมะเร็งท่อน้ำดีได้นั้น ต้องพยายามหาวิถีทางที่จะคัดกรองค้นหาโรคมะเร็งในระยะเริ่มต้นให้ได้แต่เนิ่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคได้สูง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นมากๆ มีอาการอย่างที่ว่าแล้วค่อยมาพบแพทย์ แม้ว่าในวงการวิชาการด้านระบาดวิทยาโรคมะเร็งยังไม่มีคำแนะนำให้ทำการคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีในระดับประชากร เนื่องจากยังไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข พูดง่ายๆ คือ ลงทุนลงแรงไปตรวจค้นหามะเร็งท่อน้ำดีระยะเริ่มต้นด้วยวิธีการต่างๆ แต่จำนวนผู้ป่วยที่ค้นหาได้นั้น ได้จำนวนไม่มากพอ แตกต่างจากการทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ทำในระดับประชากรแล้ว…

รู้ทันมะเร็ง : เนื้อสัตว์แปรรูปก่อมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  6 พ.ย. 2558           เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คงไม่มีข่าวสุขภาพเรื่องใดที่จะร้อนแรงไปกว่าข่าวเรื่องเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปถูกจัดเข้าทำเนียบสารก่อมะเร็งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยองค์การวิจัยโรคมะเร็งระหว่างประเทศ หน่วยงานในสังกัดขององค์การอนามัยโลก ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ทำเอาผู้คนพากันแตกตื่น ในขณะที่ผู้ประกอบการแปรรูปเนื้อสัตว์ก็ออกมาโต้แย้งกันอุตลุด           ต้องขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า จริงๆ แล้วเรื่องเนื้อสัตว์แปรรูปมีสารก่อมะเร็งนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด องค์การด้านโรคมะเร็งทั่วโลกทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย ออกมาเตือนเรื่องนี้กันมานมนานแล้ว เพราะในเนื้อสัตว์แปรรูปไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก หมูแฮม เบค่อน ไม่เว้นแม้แต่ของบ้านเรา เช่น แหนม หมูยอ กุนเชียง มีสารก่อมะเร็งตัวสำคัญที่ชื่อว่า ไนโตรซามีน เนื่องมาจากในเนื้อสัตว์ตามธรรมชาตินั้นมีสารเอมีนเป็นองค์ประกอบ เมื่อมีการเติมสารไนเตรตหรือสารไนไตรท์ซึ่งเป็นสารกันบูด เป็นสารถนอมอาหารให้สีเนื้อสัตว์ดูสีสดอยู่เสมอและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ไม่ให้อาหารเน่าเสีย ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ ดินประสิวหรือโพแทสเซียมไนเตรต เมื่อไนเตรตหรือไนไตรท์ทำปฏิกิริยากับเอมีนในเนื้อสัตว์ จึงเกิดสารไนโตรซามีนขึ้น มิหนำซ้ำสารที่ใช้ปรุงรส เช่น พริกและพริกไทยยังเป็นส่วนช่วยเพิ่มการเกิดไนโตรซามีนให้มากขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนั้นในการเพิ่มรสชาติเนื้อสัตว์แปรรูปให้อร่อยถูกใจผู้บริโภค ยังมีการเติมไขมันเพิ่มและรมควันเพิ่มเข้าไปในกระบวนการอีกด้วย ทำให้มีสารพีเอเอชหรือสารโพลีไซคลิก…