รู้ทันมะเร็ง : ติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ ต้นตอมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  13 พ.ย. 2558           ตัวการสำคัญที่เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าติ่งเนื้อส่วนใหญ่จะกลายเป็นมะเร็งกันทั้งหมด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะกลายเป็นมะเร็ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นติ่งเนื้อประเภทใด วงการแพทย์ด้านโรคมะเร็งจึงรณรงค์ให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมาตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักก่อนที่จะมีอาการ ซึ่งหนีไม่พ้นการตรวจหาเจ้าติ่งเนื้อที่ว่า ก่อนที่จะกลายเป็นเซลล์เนื้อร้ายเซลล์มะเร็งในที่สุด           โดยทั่วไปแล้วทุกคนมีสิทธิ์เป็นติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เหมือนกันหมด แต่ในคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป มีภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่า จึงเป็นที่มาของคำแนะนำทางการแพทย์ให้คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปมารับการตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ ส่วนเรื่องอาการแสดงของติ่งเนื้อนั้นก็เช่นเดียวกับมะเร็ง คือส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการใดๆ อาการที่พบได้บ้าง ก็เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด สีของอุจจาระเปลี่ยนไปจากปกติ ในกรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่อาจมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน รวมไปถึงมีภาวะซีดจากการเสียเลือดเรื้อรัง ทำให้มีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ เรียกว่าเป็นอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจงกับติ่งเนื้อแต่อย่างใด           ส่วนประเภทของติ่งเนื้อก็แบ่งเป็นหลายประเภทหลายแบบ ที่พบได้ไม่บ่อยแต่มีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากคือ…

รู้ทันมะเร็ง : มะเร็ง ผ่าก่อน หายก่อน : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  20 พ.ย. 2558           การรักษามะเร็งหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และการฉายแสงนั้น การผ่าตัดกับการให้ยาเคมีบำบัดจัดเป็น 2 ประเภทการรักษาที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งมากที่สุด ผู้ป่วยหลายต่อหลายรายหนีไปรักษาด้วยวิธีการอื่น เพราะความกลัวผลที่จะตามมาหลังการรักษาและที่สำคัญคือได้รู้ได้ฟังข้อมูลมาแบบผิดๆ จนหลายรายเสียโอกาสในการรักษาไปอย่างน่าเสียดาย           ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่องการผ่าตัดกันก่อน ว่าการผ่าตัดที่กล่าวถึงนี้ไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก เพื่อให้ได้มาซึ่งผลชิ้นเนื้อ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคว่าเป็นมะเร็ง แต่หมายถึงการผ่าตัดเพื่อเป็นการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาดในผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ยังไม่แพร่กระจาย ซึ่งมะเร็งของระบบอวัยวะต่างๆ ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ต้องใช้การผ่าตัดเป็นอาวุธหลักอาวุธแรกในการจัดการก้อนมะเร็งก่อนเสมอ โดยทั่วไปผู้ป่วยควรได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุดหลังได้รับการวินิจฉัย นานที่สุดไม่ควรนานเกิน 4 สัปดาห์หลังจากมีการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจวินิจฉัย เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเซลล์มะเร็งที่ยังเหลือจะเริ่มแพร่กระจายไปทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางกระแสเลือด ทางน้ำเหลืองและการลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้โอกาสในการหายขาดจากโรคน้อยลง เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่มัวแต่เอ้อระเหยลอยชาย ยังกลัวๆ กล้าๆ ไม่ตัดสินใจ ยังเที่ยวเดินสายหาการรักษาทางเลือกอยู่ ก็อย่ามัวแต่ใจเย็น ต้องรีบตัดสินใจผ่าตัด ก่อนที่โอกาสทองจะหลุดลอยไป      …

รู้ทันมะเร็ง : ระยะก่อน กลายเป็นมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  27 พ.ย. 2558           แม้ว่าจะโชคดีขั้นที่หนึ่งแล้วที่ผลการตรวจไม่เป็นมะเร็ง แต่ดันตรวจเจอผลผิดปกติ เช่น มีก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งหรือเจอเซลล์ผิดปกติที่ยังไม่เป็นมะเร็งตอนนี้ แต่มีโอกาสที่อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ในอนาคต ทำเอาคนไข้กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายราย เพราะวิตกกังวลว่าตนเองจะโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่           จริงๆ แล้วในทางการแพทย์ ทั้งกลุ่มที่เซลล์มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งและกลุ่มที่เป็นระยะก่อนเป็นมะเร็ง ถูกจัดให้เป็นกลุ่มเดียวกัน ในความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซลล์ที่ผิดปกติหรือเป็นก้อนเนื้องอกผิดปกตินั้น โอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งในอนาคตหรือจะเป็นแบบเดิมไปเรื่อยๆ นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความผิดปกติของอวัยวะไหนและอีกหลายปัจจัยอื่น เช่น มีความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วมด้วยหรือไม่ อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีโอกาสส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่เลวลงหรือไม่ ซึ่งมีทั้งสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทางเคมี ทางรังสี ทางชีวภาพ รวมไปถึงว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ร่วมด้วยหรือไม่ ตัวอย่างที่พบได้บ่อยเช่น รอยฝ้าขาวในช่องปากตอนแรกตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ก็ยังไม่เป็นมะเร็ง แต่มีสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ผิดปกติในช่องปาก มีฟันบางซี่ไปครูดเสียดสีบริเวณนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด หรือมีสิ่งแวดล้อมทางเคมี เช่น เคี้ยวหมาก สูบบุหรี่เป็นประจำ ก็ทำให้รอยฝ้าขาวกลายเป็นมะเร็งช่องปากได้เช่นกัน      …

รู้ทันมะเร็ง : ข้อพิจารณาทางเลือกการรักษามะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  4 ธ.ค. 2558           คำถามยอดฮิตติดชาร์ตตลอดกาลของผู้ป่วยและญาติ ที่มักจะถามแพทย์ผู้รักษาเป็นประจำ หนีไม่พ้นเรื่องวิธีการรักษาโรคมะเร็ง มีทั้งใหม่บ้างไม่ใหม่บ้าง การรักษาตามแนวทางการแพทย์ทางเลือกบ้าง ยิ่งปัจจุบันเป็นโลกแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์ก จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยและญาติต้องรู้เท่าทันและต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาอย่างมากใน 4 ประเด็นหลักๆ           ประเด็นแรกเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ การรักษาวิธีใหม่ที่ว่านั้นมีผลการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบหรือไม่ เนื่องจากความน่าเชื่อถือในข้อมูลทางการแพทย์นั้น ขึ้นอยู่กับหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นหลัก ซึ่งหลักฐานทางการแพทย์นั้นมีระดับความน่าเชื่อถือที่แตกต่างกันไป มีตั้งแต่ความน่าเชื่อถือน้อย เช่น ข้อมูลจากการบอกเล่า ประสบการณ์ส่วนตัวหรือความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือระดับปานกลางก็เช่น การวิจัยในผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มที่ผู้วิจัยสนใจเท่านั้น แต่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ งานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือมาก เช่น การวิจัยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มที่ให้การรักษา ทำการศึกษาอย่างไม่ลำเอียงไม่มีอคติในการเลือกผู้ป่วย คือเลือกผู้ป่วยแบบสุ่ม มีการปกปิดไม่ให้แพทย์ผู้รักษา แพทย์ผู้ประเมินผลและผู้ป่วยรู้ว่าอยู่กลุ่มใด มีการใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นเวลาพิจารณาการรักษาแบบใหม่ๆ อย่าพึ่งหลงเชื่อกันง่ายๆ ต้องถามหาว่ามีผลการศึกษาวิจัยหรือไม่ ถ้ายังไม่มีก็อยู่ห่างๆ ไว้ก่อนดีกว่า หรือถ้ามีก็ต้องดูด้วยว่างานวิจัยนั้นเป็นแบบไหน มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ยังอยู่ในขั้นทดลองในระดับเซลล์ ระดับสัตว์ทดลองหรือวิจัยในมนุษย์แล้ว…

รู้ทันมะเร็ง : ‘เมื่อหลอดอาหารเป็นมะเร็ง’ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 11 ธ.ค. 2558           เชื่อว่าหลายคนคงไม่ค่อยคุ้นหูกับอวัยวะที่ชื่อว่าหลอดอาหาร จริงๆ แล้วหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่อยู่ระหว่างคอหอยกับกระเพาะอาหาร เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อเริ่มตั้งแต่บริเวณลำคอทอดตัวอยู่ด้านหลังในช่องอกผ่านกะบังลมลงสู่กระเพาะอาหารบริเวณใต้ลิ้นปี่ เป็นอีกอวัยวะหนึ่งของระบบทางเดินอาหารที่เป็นมะเร็งได้ไม่ต่างจากอวัยวะอื่น           เนื่องจากหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อกลวงให้อาหารที่ถูกฟันบดเคี้ยวแล้ว ผ่านลงสู่กระเพาะอาหาร เมื่อมีเนื้องอกเกิดขึ้นซึ่งส่วนใหญ่แล้วเริ่มต้นจากเซลล์เยื่อบุด้านในหลอดอาหารเกิดการแบ่งตัวผิดปกติ อาการเริ่มต้นจึงหนีไม่พ้นอาการกลืนลำบาก โดยเริ่มจากการกลืนอาหารปกติลำบากก่อน ต่อมาเมื่อก้อนเนื้องอกโตมากขึ้น เริ่มเบียดบังรูของหลอดอาหารให้แคบเล็กลง ก็ทำให้กลืนพวกอาหารอ่อน เช่น โจ๊กหรือข้าวต้มได้ยากขึ้น ท้ายที่สุดก็กินได้แต่อาหารเหลวและมีอาการอาเจียนมากขึ้นตามลำดับ โดยผู้ป่วยอาจบอกตำแหน่งได้คร่าวๆ ว่ารู้สึกกลืนอาหารติดอยู่บริเวณไหน บางรายมีเจ็บในช่องอก ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด และมีอาการเสียงแหบร่วมด้วย ผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารส่วนใหญ่มักมีน้ำหนักลด ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอาหารแทบไม่สามารถผ่านลงไปให้ลำไส้เล็ก ได้ดูดซึมสารอาหารไปให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์เหมือนกับมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ส่งผลให้การรักษาได้ผลไม่ค่อยดีเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร หลายรายต้องมาบำรุงมาขุนให้ภาวะขาดสารอาหารดีขึ้นเสียก่อนแล้วจึงเริ่มให้การรักษา นอกจากนั้นลักษณะทางกายวิภาคของหลอดอาหารที่อยู่ใกล้เคียงกับหลอดลม หลอดเลือดแดงใหญ่ หัวใจและปอด ก็ยิ่งทำให้การรักษายากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่โรคมีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงที่สำคัญดังกล่าว           ส่วนเรื่องที่ใครๆ…

รู้ทันมะเร็ง : โรงพยาบาลมะเร็งในอุดมคติ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  18 ธ.ค. 2558           ใกล้จะสิ้นปีเก่า เป็นโอกาสดีที่จะทบทวนเหตุการณ์สำคัญ ทำให้อดไม่ได้ที่จะคิดถึงโรงพยาบาลในฝันที่อยากเห็นในบ้านเรา โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะด้านโรคมะเร็ง เนื่องจากโรคมะเร็งยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของบ้านเรา เพราะเป็นสาเหตุการตายที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งมาตลอด           โรงพยาบาลในฝันด้านโรคมะเร็ง หาใช่โรงพยาบาลที่มีแต่เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง ทันสมัยที่สุดในการรักษา แต่โรงพยาบาลมะเร็งในอุดมคติที่ว่านั้น ไม่ได้เป็นโรงพยาบาลที่คิดแบบเก่าๆ คือคิดแบบตั้งรับ ตั้งหน้าตั้งตาจะคอยรับรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้วแต่อย่างเดียว แต่ต้องหาทางช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้ประชาชน เพื่อป้องกันโรคมะเร็งในคนปกติด้วย โดยเฉพาะในชุมชนหรือในพื้นที่ที่โรงพยาบาลนั้นตั้งอยู่ หลายคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่า การป้องกันไม่ให้เป็นโรคสำคัญกว่าปล่อยให้เป็นโรคแล้วมาวิ่งตามรักษากันแบบที่เป็นอยู่ แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ แล้ว โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในบ้านเรายังดำเนินการทางด้านนี้ค่อนข้างน้อย เหตุผลสำคัญก็เพราะงานบริการผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเรียบร้อยแล้วนั้นมากโขอยู่แล้ว           งานอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันกับการป้องกันก็คือ การมีโปรแกรมหรือช่องทางเฉพาะในการตรวจสุขภาพ เพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มต้นหรือการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง โดยมีการตรวจคัดกรองมะเร็งแต่ละอวัยวะตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล ไม่ใช่ให้ผู้ใช้บริการต้องมาถามหาหรือร้องขอให้แพทย์ส่งตรวจ เพราะการตรวจพบมะเร็งไม่ว่าอวัยวะใดในระยะเริ่มต้น ย่อมส่งผลดีต่อการรักษา ทำให้โอกาสหายขาดได้สูง        …

รู้ทันมะเร็ง : ถอดบทเรียนมะเร็งปี58 : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  25 ธ.ค. 2558           ปี 2558 ปีแห่งความรักความสามัคคีความจงรักภักดีที่พสกนิกรชาวไทย ร่วมแรงร่วมใจในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่และปั่นเพื่อพ่อ เป็นอีกกิจกรรมการออกกำลังกายที่สำคัญ ที่ช่วยให้ห่างไกลมะเร็ง ก่อนที่ปีใหม่กำลังจะมาถึง ก็ได้เวลาทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาในรอบปี โดยเฉพาะเรื่องราวข่าวสารมะเร็งที่สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา           เริ่มจากต้นปี ข่าวชาวบ้านรอบเหมืองทองคำในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดคือ พิจิตร พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ มีสารโลหะหนักในเลือดร้อยละ 30 สารโลหะหนักที่เป็นตัวร้ายของงานนี้คือ สารหนู แมงกานีส โดยเฉพาะสารหนู เพราะสารหนูถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งประเภทที่ 1 คือมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ตามมาด้วยเดือนกุมภาพันธ์ มีข่าวไฟไหม้โรงงานยางรถยนต์ที่โกดังเก็บยางรถยนต์ ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด สารหลายชนิดที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ยางรถยนต์ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสารก่อมะเร็งในมนุษย์และสารที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ ตัวที่เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์คือ เขม่าและสารกลุ่มไดออกซิน ต่อด้วยปัญหาเดิมๆ ที่มาอาละวาดทุกปี ปัญหาควันไฟใน 9 จังหวัดภาคเหนือ และปีนี้ในเขตภาคใต้ตอนล่างก็โดนไปเยอะเช่นกัน เพียงแต่ต่างเวลากันเท่านั้น ผลกระทบต่อสุขภาพแบบเรื้อรังโดยเฉพาะมะเร็งปอด…

รู้ทันมะเร็ง : ปีใหม่ปีลิงเรื่องมะเร็งเรื่องกล้วยๆ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  1 ม.ค. 2559           ก้าวสู่ศักราชใหม่ปีวอกปีลิง ต้นปีแบบนี้เชื่อว่าหลายท่านยังคงอยู่ในบรรยากาศของงานฉลองปีใหม่ยังไม่เลิกรา ก็อย่าลืมสนใจสุขภาพตัวเองด้วย ช่วงต้นปีแบบนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการวางแผนตั้งเป้าหมายที่จะทำ โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนไม่ให้โรคมะเร็งมาเยี่ยมเยือนเราในปีนี้           คำอวยพรปีใหม่ให้สุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่ชอบอวยพรกันนั้น จะไม่มีทางเป็นจริงได้เลย หากตัวเรายังประพฤติปฏิบัติตัวทำร้ายสุขภาพกันเป็นว่าเล่น สุขภาพที่ดีนั้นมาจากตัวเราและการใช้ชีวิตของแต่ละคนเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากห่างไกลจากโรคมะเร็งในปีนี้หรือปีไหนๆ ก็ต้องเข้าใจเรื่องสาเหตุหลักๆ ของโรคมะเร็งกันเสียก่อน เริ่มตั้งแต่สาเหตุแรกคือกรรมพันธุ์ มีมะเร็งหลายอวัยวะที่มีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เมื่อก่อนเรารู้แต่เพียงว่าโรคหรือภาวะความผิดปกติบางอย่างที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นภาวะที่จะนำไปสู่การกลายเป็นมะเร็งในอนาคตเมื่ออายุมากขึ้น แต่ปัจจุบันการศึกษาค้นคว้าวิจัยพัฒนาก้าวหน้าไปมาก สามารถรู้ไปถึงส่วนประกอบภายในของเซลล์ ในระดับยีน ระดับโครโมโซม ระดับโมเลกุลว่าคนที่มียีนหรือโครโมโซมที่ผิดปกติที่ตำแหน่งไหน มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งอะไรมากน้อยแค่ไหน ลงลึกไปจนถึงขั้นจะทำการรักษาในระดับยีนกันเลยทีเดียว ไม่ต้องรอให้เป็นมะเร็งก่อนแล้วมาไล่ตามรักษาอย่างทุกวันนี้ แต่กรรมพันธุ์เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งประมาณ 10% เท่านั้น ส่วนอีก 2 สาเหตุที่เหลือคือสภาพแวดล้อมและพฤติกรรม มักเป็นสาเหตุที่ถูกกล่าวถึงคู่กันเสมอ เพราะมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษเต็มไปด้วยสารก่อมะเร็ง ทั้งจากดิน น้ำ อากาศ แสงแดดและรังสีต่างๆ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคที่อยู่รายรอบตัวเรา ส่วนสาเหตุที่…

รู้ทันมะเร็ง : มะเร็งตับ…อย่ารอให้มีอาการ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  8 ม.ค. 2559           เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจในโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อนักข่าวหนุ่มวัยเพียง 30 ปีมาทราบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งตับมากแล้ว ทั้งที่พึ่งเริ่มมีอาการไม่นาน ทำเอาผู้คนที่ทราบข่าวพากันให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม           นอกจากเรื่องการรักษาที่ผู้คนพยายามแนะนำและให้กำลังใจกันมากมายแล้ว ยังมีอีกหลายแง่มุมที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ในการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ ประเด็นแรก หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมอายุก็ยังไม่มาก เป็นมะเร็งตับได้ยังไง สาเหตุหลักในผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับที่อายุน้อยแบบในรายนี้ ส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง โดยอาจได้รับเชื้อมาตั้งแต่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคนี้อยู่เดิม หรือได้รับเชื้อนี้ภายหลังจากการติดทางเลือดหรือทางเพศสัมพันธ์ มีทั้งแบบที่เป็นพาหะไม่มีอาการอะไรกับแบบแอ็กทีฟที่มีอาการอ่อนเพลียจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายมากกว่า ถ้าเป็นชนิดที่เซลล์ตับถูกทำลายมาก ก็มีโอกาสที่จะเกิดพังผืดในเนื้อตับกลายเป็นตับแข็งหรือเป็นมะเร็งตับได้เร็วมากขึ้น ยิ่งถ้าได้รับสารก่อมะเร็งตับที่มีอยู่มากมายในบ้านเรา เช่น สารอะฟลาทอกซิน สารพัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยิ่งเร่งให้เป็นมะเร็งเซลล์ตับชนิดนี้ได้เร็วขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นใครที่ร้อยวันพันปียังไม่เคยตรวจเลือดว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีหรือไม่ มีภูมิต้านทานไวรัสที่ว่านี้แล้วหรือยัง โดยเฉพาะคนที่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องป่วยเป็นมะเร็งตับมาก่อน มีโอกาสเป็นพาหะของโรคนี้และมีโอกาสเป็นมะเร็งเซลล์ตับมากกว่าคนทั่วไป ก็มาเจาะเลือดตรวจให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียทีตั้งแต่ต้นปีแบบนี้           ประเด็นที่ 2 คือเป็นมากขนาดที่ผ่าตัดไม่ได้แล้วแบบนี้ ทำไมไม่มีอาการแสดงหรือเตือนให้ทราบล่วงหน้ากันบ้างเลยหรือ…

รู้ทันมะเร็ง : ได้เวลาทำสงครามกับมะเร็งท่อน้ำดี : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  15  ม.ค. 2559           สัปดาห์หน้าจะมีการเปิดตัวโครงการทำสงครามกับมะเร็งท่อน้ำดีครั้งยิ่งใหญ่ของบ้านเราที่จ.สกลนคร โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะร่วมเปิดโครงการต่อเนื่อง 2 ปีที่ชื่อว่า โครงการกำจัดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 70 ปีในปีพุทธศักราช 2559 พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ตลอดจนในปีพุทธศักราช 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา โดยมีการดำเนินการในภาคอีสาน 20 จังหวัด ภาคเหนือ 6 จังหวัด และจ.สระแก้วในภาคตะวันออก เบ็ดเสร็จรวมแล้ว 27 จังหวัด เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีอุบัติการณ์ของโรคพยาธิใบไม้ตับสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ           สืบเนื่องมาจากปัญหาโรคมะเร็งท่อน้ำดียังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของบ้านเรา เพราะ…