รู้ทันมะเร็ง : เดือนมกราสีขาว-เขียวฟ้าต้านมะเร็งปากมดลูก : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  22 ม.ค. 2559           สัญลักษณ์ริบบิ้นหรือโบ 2 สีคือสีขาวและสีเขียวฟ้า อาจจะไม่ค่อยคุ้นตาผู้คนทั่วไปมากนัก แต่ในวงการมะเร็งทั่วโลก ใช้สีขาวและเขียวฟ้าในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่เพียงแต่เฉพาะในริบบิ้นเท่านั้น เพื่อรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกในเดือนมกราคมของทุกๆ ปี           เป็นเรื่องน่ายินดีที่ปัจจุบันประเทศไทยเรา มีอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปากมดลูกลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในเพศหญิง จากเดิมที่เคยเป็นแชมป์อันดับหนึ่งมาเมื่อหลายสิบปีก่อน เคยพบผู้ป่วย 23.4 คนต่อประชากร 100,000 คนลดลงเหลือ 14.5 คนต่อประชากร 100,000 คนจากข้อมูลล่าสุดปี 2554 เหตุที่ทำให้อุบัติการณ์ลดลงนั้นมาจากหลายปัจจัย ประเด็นแรก มาจากความสำเร็จของโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฟรีทั่วประเทศที่ทำกันมา 12 ปีแล้ว ที่ไม่เพียงแต่รณรงค์ให้หญิงไทยกลุ่มเป้าหมายมาตรวจภายในฟรีกันอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีการให้ความรู้แก่ประชาชน ให้เข้าใจถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งปากมดลูกมาตลอดอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามารับการตรวจมากขึ้น ประเด็นที่ 2 มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เราทราบสาเหตุหลักของการเกิดโรค คือเกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวีหรือไวรัสหูด ทำให้การป้องกันโรคทำได้ตรงประเด็นมากขึ้น…

รู้ทันมะเร็ง : มะเร็งถุงน้ำดีพบไม่บ่อยแต่รุนแรง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  29 ม.ค. 2559           แม้ว่ามะเร็งถุงน้ำดีจะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย ต่างจากมะเร็งท่อน้ำดีที่พบได้บ่อยกว่าในบ้านเรา แต่ความสำคัญของโรคนี้คือ มักเกิดภายหลังการมีนิ่วในถุงน้ำดีเป็นเวลานาน มีการอักเสบเรื้อรังเป็นๆ หายๆ จนเซลล์เยื่อบุในถุงน้ำดีปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด           อันที่จริงแล้วสาเหตุของมะเร็งถุงน้ำดีมีมากมายหลายอย่าง ได้แก่ ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ติ่งเนื้อในถุงน้ำดี ภาวะแคลเซียมจับถุงน้ำดี ความพิการของถุงน้ำดี ความอ้วน การสูบบุหรี่ เป็นต้น แต่สาเหตุที่พบบ่อยและที่สำคัญเป็นสาเหตุที่ป้องกันการเป็นมะเร็งได้ก็คือ นิ่วถุงน้ำดี การปล่อยนิ่วถุงน้ำดีทิ้งไว้ในร่างกายทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุถุงน้ำดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ก็ทำให้เกิดโรคถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน มีไข้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวาหรือใต้ลิ้นปี่ ในกรณีที่ความรุนแรงน้อยกว่า ก็เป็นถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ซึ่งจะมีอาการหรือไม่มีอาการก็ได้ อาการก็มีตั้งแต่ท้องอืด มีลมมากในท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดจุกเสียดแน่นท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือใต้ลิ้นปี่เป็นๆ หายๆ หลายคนพาลเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ โดยไม่มีทางทราบเลยว่าเป็นนิ่วถุงน้ำดี ถ้าไม่ได้ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนเพิ่มเติม กลุ่มที่มีนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยนี่แหละที่มักละเลย เมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีนิ่วเม็ดขนาดใหญ่กว่า 2 ซม.…

รู้ทันมะเร็ง : เดือนกุมภาพันธ์ เดือนต้านภัยมะเร็งโลก : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  5 ก.พ. 2559           เดือนกุมภาพันธ์นอกจากจะเป็นเดือนแห่งความรักแล้ว ก่อนหน้าที่จะถึงวันวาเลนไทน์ 10 วันคือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันมะเร็งโลก โดยองค์การอนามัยโลกและสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล เพื่อให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคร้ายนี้ มาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือลดอุบัติการณ์การเป็นโรคมะเร็งของประชาชนให้น้อยลง และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ให้อยู่ได้ยาวนานมากขึ้น ที่สำคัญคือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย           จากความรุนแรงของปัญหาโรคมะเร็งที่คุกคามสุขภาพของคนทั่วโลก ในปี 2555 รายงานจากองค์การอนามัยโลก พบผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกจำนวน 14.1 ล้านคน เสียชีวิตจำนวน 8.2 ล้านคนและคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งสูงถึง 22 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นประชากรในประเทศที่มีรายได้น้อยหรือปานกลาง ซึ่งรวมถึงประเทศไทยเราที่โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา    …

รู้ทันมะเร็ง : กำลังใจไล่มะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  12 ก.พ. 2559           ปัจจุบันผู้คนในสังคมหันมาให้ความสนใจกับผู้ป่วยโรคมะเร็งมากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่ช่วยให้กำลังใจผู้ป่วย จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นโรคที่ทำอะไรไม่ได้ เป็นแล้วไม่มีทางรักษา ทำให้มักถูกมองข้ามจากภาคประชาสังคมเป็นประจำ แต่ปัจจุบันมีการทำกิจกรรมซีเอสอาร์จากกลุ่มต่างๆ ให้กับผู้ป่วยมะเร็งมากขึ้น ไม่ว่าจะมาจากหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนบริษัทห้างร้านต่างๆ แต่เท่าที่สังเกตจากเหตุการณ์จริง ถ้ามีศิลปินนักร้องนักแสดงที่เป็นขวัญใจประชาชนมาเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ป่วยจะมีรอยยิ้มมีความสุขมากที่สุด ยิ่งถ้าศิลปินไม่ถือเนื้อถือตัวให้ความเป็นกันเอง ผู้ป่วยจะมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้ายมากขึ้น อย่างสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในการจัดกิจกรรมรณรงค์ต้านภัยมะเร็ง เนื่องในโอกาสวันมะเร็งโลก คุณบี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทำเอาทั้งผู้ป่วยและญาติต่างมีกำลังใจเต็มเปี่ยมที่จะต่อสู้กับโรคร้ายต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ           ในส่วนของตัวผู้ป่วยเอง ก็เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างกำลังใจภายในตัวเองเพื่อต่อสู้กับโรคร้าย ต่อให้กำลังใจจากภายนอกจากคนรอบข้างจะมากมายเพียงใด ถ้าใจของผู้ป่วยเองไม่สู้ ก็ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ใครไม่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือไม่มีญาติสนิทเป็นมะเร็ง คงไม่เข้าใจความรู้สึกว่ามันสลดหดหู่เพียงไร แต่การที่ตัวผู้ป่วยคิดบวก ไม่ยอมแพ้ เป็นการสร้างกำลังใจให้กับตนเองได้อย่างดีที่สุด มีตัวอย่างวิธีคิดที่น่าชื่นชมของคนไข้ที่คิดบวกแบบง่ายๆ เช่น รักษาโรคทางกายเป็นหน้าที่ของหมอ แต่รักษาใจเป็นหน้าที่ของคนไข้เอง ไม่มีใครรักษาแทนได้ ผู้ป่วยที่มีมะเร็งกระจายไปทั่วตับทั้งสองกลีบ ยังคิดบวกว่าโชคดีที่ไม่ต้องโดนผ่าตัด ผู้ป่วยที่เบื่ออาหารในช่วงที่ได้ยาเคมีบำบัด…

รู้ทันมะเร็ง : 5 ทำ ห่างไกลมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  19 ก.พ. 2559           ความพยายามในการที่จะลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ ยังเป็นหัวใจสำคัญในการเอาชนะปัญหาโรคมะเร็งที่เป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก จากการที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งหลายชนิด และจากการที่มะเร็งหลายชนิดมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลายปัจจัยทำให้เป็นความยากในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ที่สำคัญต้องย้ำว่ามะเร็งเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม นั่นคือการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดีไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและหลีกเลี่ยงสภาวะมลพิษต่างๆ ที่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็งที่อยู่รอบตัวเรา           คำแนะนำที่จำง่าย เข้าใจง่ายของสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่ว่า “5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง” เป็นข้อแนะนำที่ผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งได้จริง 5 ทำ ได้แก่ “ออกกำลังกายเป็นนิจ-ทำจิตแจ่มใส-กินผักผลไม้-กินอาหารหลากหลาย–ตรวจร่างกายเป็นประจำ” ส่วน 5 ไม่ ก็ได้แก่ “ไม่สูบบุหรี่–ไม่มั่วเซ็กส์-ไม่มัวเมาสุรา–ไม่ตากแดดจ้า–ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ” สัปดาห์นี้มาว่ากันที่ 5 ทำกันก่อน เริ่มจากออกกำลังกายเป็นนิจจากงานวิจัยในต่างประเทศร้อยกว่าฉบับมีหลักฐานที่ชัดเจนว่า การออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านมอย่างมีนัยสำคัญ จากการที่การออกกำลังกายช่วยทำให้เกิดสมดุลของพลังงาน การควบคุมระดับอินซูลินและฮอร์โมน เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายที่สำคัญยังพบว่าคนที่ออกกำลังกายในระดับปานกลางและระดับหนัก 30–60 นาทีต่อวัน มีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ออกกำลังน้อยหรือไม่ได้ออกกำลังกายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านมน้อยที่สุด ต่อด้วย ทำจิตแจ่มใส…

รู้ทันมะเร็ง : 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  26 ก.พ. 2559           มาว่ากันที่ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็งต่อเลย หลังจากสัปดาห์ที่แล้วกล่าวถึง 5 ทำ ห่างไกลมะเร็งคือ “ออกกำลังกายเป็นนิจ – ทำจิตแจ่มใส – กินผักผลไม้ – กินอาหารหลากหลาย – ตรวจร่างกายเป็นประจำ” ส่วน 5 ไม่ ที่จะพูดถึงวันนี้ ได้แก่ “ไม่สูบบุหรี่ – ไม่มีเซ็กส์มั่ว – ไม่มัวเมาสุรา – ไม่ตากแดดจ้า – ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ”           เริ่มกันที่ ไม่สูบบุหรี่ เป็นที่ทราบกันดีว่า บุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร…

รู้ทันมะเร็ง : ข่าวร้อน ประเด็นมะเร็งรังไข่ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  4 มี.ค. 2559           สัปดาห์ที่แล้วไม่มีข่าวไหนจะฮอตฮิตติดชาร์ตข่าวสุขภาพไปมากกว่าเรื่องมะเร็งรังไข่ใน 2 ประเด็นหลัก ประเด็นแรกเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อศาลเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ตัดสินให้บริษัทแป้งยักษ์ใหญ่รายหนึ่งจ่ายเงิน 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ครอบครัวของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่ฟ้องร้องบริษัทว่าการทาแป้งฝุ่นบริเวณอวัยวะเพศทำให้เป็นมะเร็งรังไข่ และประเด็นที่ 2 คือดารานักแสดงสาวไทยอายุไม่มากวัย 30 ปีเศษ ออกมายอมรับว่าตนเองเป็นมะเร็งรังไข่ ได้รับการผ่าตัดและยาเคมีบำบัดมาถึง 5 คอร์สแล้ว จนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หัวสีหลายฉบับ           มาที่ประเด็นแรก แป้งฝุ่นเป็นสาเหตุของมะเร็งจริงหรือ แป้งฝุ่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ทำจากสารที่มีชื่อว่าทัลค์มาทำให้เป็นผงละเอียดเรียกว่าผงทัลคัม เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียม ซิลิกอนและออกซิเจน มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ดี ทำให้ผิวแห้งลื่นเนียน จึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งฝุ่นชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้งฝุ่นทาตัว แป้งเด็ก แป้งน้ำ แป้งรองพื้น แป้งพัฟทาหน้า แป้งปัดแก้มและอายแชโดว์ เพราะมีรายงานการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาในปี 2546 ศึกษาผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 11,933…

รู้ทันมะเร็ง : เดือนมีนา ได้เวลามะเร็งลำไส้ใหญ่ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  11 มี.ค. 2559           เห็นสัญลักษณ์โบว์สีน้ำเงินในเดือนนี้ที่ไหน ก็ขอให้เข้าใจตรงกันว่า เป็นห้วงเวลาของการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เหตุเพราะโรคนี้กำลังเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศที่กำลังพัฒนาหลายประเทศก็มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากขึ้น สำหรับประเทศไทย สถิติผู้ป่วยมะเร็งล่าสุดปี พ.ศ. 2554 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย เป็นรองจากอันดับ 1 และ 2 คือมะเร็งตับทางเดินน้ำดี มะเร็งปอด ตามลำดับ โดยพบผู้ป่วยชายที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่ 14.4 รายต่อประชากร 100,000 ราย ในขณะที่เพศหญิงจากที่เคยเป็นอันดับ 5 ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 4 พบผู้ป่วยหญิงที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่ 11.2 รายต่อประชากร 100,000 ราย โดยอุบัติการณ์ของโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากดูสถิติย้อนหลังไปในปี พ.ศ. 2542 อัตราการเกิดโรคในเพศชายและเพศหญิงยังต่ำอยู่ที่ 8.8 และ 7.6 รายต่อประชากร…

รู้ทันมะเร็ง : ไฮฟู่รักษามะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  19 ก.ค. 2556           ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในวงการมะเร็งไม่มีอะไรจะหวือหวาฮือฮาเท่ากับข่าวเครื่องมือแพทย์ตัวใหม่ในบ้านเรา ที่มีชื่อเรียกว่า “ไฮฟู่” ที่ทำให้ในสังคมโซเชียลมีเดียส่งต่อข้อมูลของเจ้าเครื่องมือตัวนี้ไปทั่ว ญาติสนิทมิตรสหายของคนไข้ช่วยกันบอกต่ออีกแรง ทำเอาผู้ป่วยมะเร็งต่างมีความหวัง พากันไปโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือนี้จนโรงพยาบาลแทบแตก           ที่เจ้าเครื่องมือตัวนี้มีชื่อแปลกประหลาดว่าไฮฟู่นั้น มาจากตัวย่อเป็นภาษาอังกฤษที่ว่า HIFU จากชื่อเต็มว่า High Intensity Focused Ultrasound แปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายๆ ว่าการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวนด์มาเพิ่มความเข้ม และยิงไปที่เป้าหมายอย่างเจาะจงตรงตำแหน่งก้อนเนื้องอก เป็นเทคโนโลยีของประเทศจีนร่วมกับญี่ปุ่น ปกติแล้วเราใช้อัลตราซาวนด์ในการตรวจวินิจฉัยโรคเป็นหลัก ที่หลายคนคงเคยไปตรวจกันมาแล้วแบบที่มีการทาเจลลื่นๆ ที่ผิวหนังแล้วมีหัวอัลตราซาวนด์ถูไปถูมาไม่เจ็บตัวอะไร โดยอาศัยหลักการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านเนื้อเยื่อแล้วสะท้อนกลับมาที่หัวอัลตราซาวนด์ไปสร้างภาพให้ปรากฏบนจอเครื่องว่าหน้าตาอวัยวะภายในนั้นเป็นอย่างไร มีก้อนเนื้องอกผิดปกติภายในอวัยวะนั้นหรือไม่ หลักการเดียวกับการใช้ระบบโซนาร์หาฝูงปลาในเรือประมง เครื่องไฮฟู่ก็พัฒนาต่อยอดจากเครื่องอัลตราซาวนด์ปกติคือ มีการเพิ่มความเข้มของคลื่นเสียงและยิงไปที่ก้อนที่ได้จากภาพที่ปรากฏอยู่เพื่อให้คลื่นเสียงที่มีทั้งความถี่และความเข้มสูง ทำให้เกิดความร้อนไปทำลายเซลล์เนื้องอกให้ฝ่อลง ปกติแล้วการตรวจอัลตราซาวนด์ใช้ในการตรวจอวัยวะที่เป็นก้อนตันๆ เช่น ตับ ตับอ่อน มดลูก ต่อมลูกหมาก ไต หรือพวกหลอดเลือด ไม่สามารถผ่านกระดูกหรือใช้ในอวัยวะที่เป็นท่อกลวงหรืออวัยวะที่มีอากาศอยู่ภายใน…

รู้ทันมะเร็ง : ใส่ท่อระบายนานแค่ไหนในมะเร็งท่อน้ำดี : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  26 ก.ค. 2556           ถามกันมามากอีกเหมือนกันครับกับปัญหาเรื่องการใส่ท่อระบายน้ำดีในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะตัวเหลืองตาเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีหรือมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีที่พบบ่อยที่สุดในโลกที่ภาคอีสานบ้านเรา นอกจากนั้นมะเร็งชนิดนี้ยังพบบ่อยในชายไทยติดอยู่ใน 5 อันดับแรกมายาวนาน เพราะฉะนั้นภาพผู้ป่วยที่มีท่อระบายน้ำดีโผล่ออกมาจากหน้าท้องด้านบนขวาต่อลงถุง จึงเป็นภาพที่คุ้นตาในโรงพยาบาลบ้านเรา           ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมจึงต้องใส่ท่อระบายน้ำดี เป็นเพราะผู้ป่วยมีภาวะท่อน้ำดีอุดตันจากก้อนมะเร็งไปกดเบียดท่อน้ำดี ทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง คันตามตัวและอาการอื่นอีกหลายอย่าง หากปล่อยทิ้งไว้นอกจากจะต้องทุกข์ทรมานจากอาการคันแบบที่ว่ายาอะไรก็เอาไม่อยู่แล้ว การที่น้ำดีคั่งอยู่ในตับเป็นเวลานานยังจะทำให้เซลล์ตับพัง เกิดภาวะตับแข็งจากการเกิดพังผืดในตับ การทำงานในหลายๆ ระบบที่เกี่ยวข้องกับตับก็จะเกิดปัญหาตามมา อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าตับมีหน้าที่มากมายหลายอย่าง ภาวะท่อน้ำดีอุดตันนั้นเกิดได้ในมะเร็งอื่นๆ ที่บริเวณข้างเคียงโตมากดเบียดท่อน้ำดีหลัก เช่น มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งตับอ่อน หรือจากมะเร็งของอวัยวะอื่นที่ห่างไกล แต่กระจายมาที่ตับ กลุ่มหลังนี้มักไม่ค่อยทำให้เกิดท่อน้ำดีอุดตันแต่เมื่อก้อนมะเร็งเพิ่มจำนวนหรือขนาดใหญ่มากขึ้น อาจจะมีภาวะตัวเหลืองตาเหลืองจากการที่เซลล์ตับปกติที่เหลือน้อยทำงานเลวลง           การใส่ท่อระบายน้ำดีในผู้ป่วยมะเร็งนั้นมี 2 ประเภทหลักคือใส่แบบชั่วคราวหรือใส่แบบถาวรตลอดชีวิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายเหตุผล ที่สำคัญคือระยะของโรคมะเร็งที่เป็น สภาพร่างกายหรือโรคประจำตัวของผู้ป่วย โดยทั่วไปจะใส่ท่อระบายน้ำดีในกรณีที่มีตัวเหลืองตาเหลืองมากคือมีท่อน้ำดีโป่งพองขยายตัวชัดเจน อย่างที่ทราบกันดีว่ามะเร็งบริเวณตับและท่อน้ำดีในบ้านเรา…