สถานการณ์สถิติโรคมะเร็งล่าสุดของประเทศไทย

สถานการณ์สถิติโรคมะเร็งล่าสุดของประเทศไทย 1. มะเร็งที่พบบ่อยในประเทศไทย 5 อันดับแรก       ในปี พ.ศ.2554 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ จำนวน 112,392 คน เป็นเพศชาย 54,586 คน เพศหญิง 57,806 คน โดยมะเร็งที่พบบ่อย 5 อันดับแรกได้แก่ – มะเร็งตับและท่อน้ำดี จำนวน 18,917 คน – มะเร็งปอด จำนวน 13,348 คน – มะเร็งเต้านม จำนวน 12,802 คน – มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จำนวน 10,621 คน – มะเร็งปากมดลูก จำนวน 6,426 คน ที่มา: หนังสือ Cancer in Thailand, 2010-2012 2. มะเร็งที่พบบ่อยในเพศชายไทย 5 อันดับแรก       ในปี พ.ศ.2554 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพศชายจำนวน 54,586…

30 ม.ค. 2558 : มีสติก่อนเชื่อเว็บไซต์เกี่ยวกับโรคมะเร็ง 1

รู้ทันมะเร็ง : มีสติก่อนวิ่งหาการรักษามะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เครดิต : คมชัดลึก 30 ม.ค. 2558           เป็นเรื่องน่าเห็นใจทุกครั้งเมื่อใครก็ตามได้ทราบข่าวว่าคนที่ตัวเองรู้จักป่วยเป็นมะเร็ง และก็มีเพื่อนสนิทมิตรสหายจำนวนไม่น้อยเช่นกันเป็นห่วงเป็นใยแนะนำแพทย์ที่จะให้การรักษา รวมไปถึงแนะนำวิธีการรักษารูปแบบต่างๆ ด้วยความหวังดี ยิ่งในยุคข้อมูลข่าวสารแบบนี้ การเข้าถึงความรู้ต่างๆ ด้านสุขภาพทำได้ง่ายขึ้น บวกกับมีการรักษาทางเลือกใหม่ๆ มากมายเต็มไปหมด ทำเอาสับสนกันไปตามๆ กันทั้งตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง           มาว่ากันที่วิธีการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นการรักษามาตรฐานแผนปัจจุบันก็มี 3 วิธีหลักคือ การผ่าตัด การฉายแสง และการให้ยาเคมีบำบัด ส่วนการจะเลือกวิธีการไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ปัจจัยหลักคือตัวคนไข้เองและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวโรคมะเร็ง ปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวคนไข้เองก็เช่น อายุ ความสมบูรณ์แข็งแรง โรคประจำตัวต่างๆ เป็นต้น ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวโรคมะเร็งก็เช่น อวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของโรค ซึ่งปัจจัยหลักทั้งสองเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้รายนั้นๆ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่เป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน จึงไม่ได้รักษาด้วยวิธีการเดียวกันเสมอไป นั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ผู้ป่วยต้องเข้าใจหลักในการเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองจากแพทย์ผู้ให้การรักษา    …

29 เม.ย. 2559 : กัญชายังไม่มีสรรพคุณในการรักษามะเร็งในมนุษย์

รู้ทันมะเร็ง : ว่าด้วยกัญชากับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เครดิต : คมชัดลึก  29 เม.ย. 2559           สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับมะเร็งจะดังเท่าประเด็นกัญชาคือยารักษามะเร็ง ตามชื่อหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กที่นายแพทย์ท่านหนึ่งเขียนไว้ จนทำให้หลายคนสับสนว่าตกลงกัญชาคือยาวิเศษที่รักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือ           เพื่อไม่ให้เสียเวลาออกแขก มาเข้าประเด็นที่สำคัญของเรื่องนี้กันเลยดีกว่าที่ว่า กัญชาคือยารักษามะเร็งจริงหรือ การที่จะตอบคำถามนี้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำให้สังคมเชื่อถือได้นั้น ต้องไม่ใช่เอาความเห็นของผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คน หรือผู้ที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์โดยตรง หรือใช้ผลงานวิจัยที่ทำการศึกษากลุ่มที่ใช้กัญชาเพียงกลุ่มเดียว โดยไม่มีอีกกลุ่มมาเปรียบเทียบในงานวิจัยเดียวกัน ถ้าคนที่ออกมาพูดหน้าตาแบบนี้ หรือเอางานวิจัยน่าเชื่อถือน้อยๆ แบบที่ว่ามาอ้างถึง ก็อย่าได้ไปเชื่อถือ แต่ถ้ามีการใช้ข้อมูลงานวิจัยจากทั่วโลก เป็นข้อมูลที่ทันสมัยอัพเดทล่าสุดมาทำการทบทวนทั้งหมด ไม่ใช่เอาข้อมูลเก่าๆ ที่ไม่มีที่มาชัดเจนมาแอบอ้าง ที่สำคัญต้องมาจากเว็บไซต์ที่เป็นทางการและที่วงการแพทย์ทั่วโลกให้ความเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันเว็บไซต์ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือเอ็นไอเอช เป็นแหล่งข้อมูลในโลกออนไลน์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยทุกคนสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ เพราะมีการนำผลงานวิจัยในเรื่องนั้นๆ จากทุกมุมโลกทั้งในระดับเซลล์ ระดับสัตว์ทดลองและในผู้ป่วยจริง มาทำการทบทวนดูความน่าเชื่อถือและสรุปผลเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นระบบ ผลสรุปกัญชากับมะเร็ง ณ…

4 มี.ค. 2559 : แป้งฝุ่นยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งรังไข่

รู้ทันมะเร็ง : ข่าวร้อน ประเด็นมะเร็งรังไข่ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เครดิต : คมชัดลึก  4 มี.ค. 2559           สัปดาห์ที่แล้วไม่มีข่าวไหนจะฮอตฮิตติดชาร์ตข่าวสุขภาพไปมากกว่าเรื่องมะเร็งรังไข่ใน 2 ประเด็นหลัก ประเด็นแรกเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อศาลเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ตัดสินให้บริษัทแป้งยักษ์ใหญ่รายหนึ่งจ่ายเงิน 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ครอบครัวของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่ฟ้องร้องบริษัทว่าการทาแป้งฝุ่นบริเวณอวัยวะเพศทำให้เป็นมะเร็งรังไข่ และประเด็นที่ 2 คือดารานักแสดงสาวไทยอายุไม่มากวัย 30 ปีเศษ ออกมายอมรับว่าตนเองเป็นมะเร็งรังไข่ ได้รับการผ่าตัดและยาเคมีบำบัดมาถึง 5 คอร์สแล้ว จนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หัวสีหลายฉบับ           มาที่ประเด็นแรก แป้งฝุ่นเป็นสาเหตุของมะเร็งจริงหรือ แป้งฝุ่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ทำจากสารที่มีชื่อว่าทัลค์มาทำให้เป็นผงละเอียดเรียกว่าผงทัลคัม เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียม ซิลิกอนและออกซิเจน มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ดี ทำให้ผิวแห้งลื่นเนียน จึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งฝุ่นชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้งฝุ่นทาตัว แป้งเด็ก…

22 มิ.ย. 2559 : มีสติก่อนเชื่อเว็บไซต์เกี่ยวกับโรคมะเร็ง 2

รู้ทันมะเร็ง : เว็บไซต์มะเร็ง…ต้องระวัง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เครดิต : คมชัดลึก  22 มิ.ย. 2559           เรื่องการโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงผู้ป่วยโรคมะเร็งให้เป็นเหยื่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทางเว็บเพจชักจะบานปลายใหญ่โตไปมากกว่าเดิม ถึงขนาดซื้อโฆษณาแอบอ้างใช้ชื่อสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นำหน้าชื่อโรงพยาบาลตนเอง เมื่อคลิกเข้าไปกลับกลายเป็นเว็บไซต์ของโรงพยาบาลรักษามะเร็งของจีน … มิหนำซ้ำในเวปยังเขียนว่าเป็นโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้คนอ่านเข้าใจว่า ไม่ได้แสวงหากำไร ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นโรงพยาบาลของกลุ่มเอกชนของจีน โดยที่คนป่วยมะเร็งต่างประเทศที่เดินทางไปรักษาหมดเนื้อหมดตัวไปหลายราย ที่สำคัญส่วนใหญ่ไม่ได้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นอย่างที่โฆษณาไว้           จากที่เคยโฆษณาอย่างหนักหน่วงเต็มรูปแบบ ทั้งลงทุนโฆษณาในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวสีทุกวันอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ลงทุนโฆษณาในเว็บเพจ ถ้าลองค้นหาคำว่ามะเร็งในอินเตอร์เนต จะพบชื่อโรงพยาบาลของจีนโรงพยาบาลนี้เป็นชื่อแรกชื่อบนสุดเสมอ นอกจากนั้นยังมีโครงการรักษาฟรีให้ผู้ป่วยมะเร็งไทยที่ไม่ได้ระบุจำนวนว่าให้ฟรีกี่ราย แล้วยังจ้างทีวีไทยหลายต่อหลายช่องไปทำข่าวอีก ช่วงหลังมีเรื่องฝังแร่มากมายหลายตำแหน่งให้ผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งที่โรคมะเร็งได้ลุกลามไปทั่วตัวแล้ว จนผลเสียมาตกอยู่ที่คนรอบข้างที่ได้รับการแผ่รังสีไม่แบบไม่รู้ตัว เป็นการรักษาที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาที่ทั่วโลกยอมรับ จริงๆ แล้วไม่ใช่ประเทศเราประเทศเดียวที่ตกเป็นเหยื่อ ยังมีผู้ป่วยที่มีอันจะกินอีกมากมายหลายประเทศที่ออกมาแฉความจริงในโลกออนไลน์ ทำให้เสียรังวัดหมดความน่าเชื่อถือไปมาก        …

14 มี.ค. 2557 : วิตามินยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าช่วยป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็ง

รู้ทันมะเร็ง : วิตามินช่วยป้องกันมะเร็งได้จริงหรือ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เครดิต : คมชัดลึก 14 มี.ค. 2557           ปลายเดือนที่แล้วมีข่าวสุขภาพที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องประโยชน์ของการบริโภควิตามิน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่อเมริกันชน นับเป็นข่าวฮือฮาพอสมควร เนื่องจากปัจจุบันเม็ดเงินในอุตสาหกรรมการบริโภควิตามินในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าสูงมหาศาลถึง 9 แสนกว่าล้านบาท และผู้ใหญ่ชาวอเมริกันประมาณ 50% กินวิตามินเสริมอย่างน้อยหนึ่งตัวเป็นประจำและประมาณ 1 ใน 3 รับประทานวิตามินรวมเสริมเป็นประจำ โดยมีความเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่ผลการศึกษาล่าสุด นอกจากจะไม่ช่วยอะไรในผู้ใหญ่ที่ร่างกายปกติแข็งแรงอยู่แล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย           หน่วยงานวิจัยด้านการป้องกันสุขภาพของสหรัฐฯ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยชั้นนำ 16 คน ร่วมกันทบทวนผลการศึกษาทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการใช้วิตามินต่อสุขภาพในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพื่ออัพเดทข้อสรุปเรื่องนี้ที่เคยทำไว้เมื่อปี 2546 ว่ามีข้อมูลอะไรใหม่ๆ ที่สนับสนุนหรือไม่อย่างไร โดยมี 5 รายงานที่ศึกษาเรื่องวิตามินรวมและ 24 รายงานที่ศึกษาวิตามินเฉพาะตัวหรือเป็นคู่ ในส่วนของวิตามินรวม…