ข่าวปลอม อย่าแชร์! ดื่มน้ำสมุนไพรกระชายดำ ผสมไหลเผือก ช่วยรักษาอาการมะเร็ง

ตามที่มีการเผยแพร่ประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำสมุนไพรกระชายดำ ผสมไหลเผือก ช่วยรักษาอาการมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำเครื่องดื่มสมุนไพรกระชายดำ ผสมไหลเผือก โดยระบุว่าสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนหรืองานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่ากระชายดำและไหลเผือกสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ โดยกระชายดำ มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ แก้ปวดเมื่อยและอาการเหนื่อยล้า เหง้ากระชายดำ ประกอบด้วย น้ำมันหอมระเหย สารกลุ่มฟลาโวน แอนโทไซยานิน และสารประกอบฟินอลิก ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ส่วนไหลเผือก หรือหางไหลเผือก มีสารออกฤทธิ์กลุ่ม ควาสสินอยด์ และไตรเทอร์พีนอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ นอกจากนี้ไหลเผือกยังถูกจัดอยู่ในบัญชียาสมุนไพร บัญชียาหลักแห่งชาติ กลุ่มยาแก้ไข้ สมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม การรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรคควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็ง และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรระมัดระวังในการรับประทานเป็นพิเศษ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนหรืองานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่ากระชายดำและไหลเผือกสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ :…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สูตรยารักษาแผลมะเร็ง

ตามที่มีการเผยแพร่ประเด็นเรื่อง สูตรยารักษาแผลมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำสูตรรักษาแผลมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วย ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ทองพันชั่ง เหงือกปลาหมอ ขันทองพยาบาท หัวร้อยรู กำแพงเก้าชั้น และฝาง จากการตรวจสอบข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า สูตรยานี้ไม่สามารถนำมารักษาแผลมะเร็งในมนุษย์ได้ เนื่องจากสมุนไพรข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ทองพันชั่ง เหงือกปลาหมอ ขันทองพยาบาท หัวร้อยรู กำแพงเก้าชั้น และฝาง มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เช่น สารฟีนอลิกส์ สารฟลาโวนอยด์ สารซาโปนิน วิตามินซี เป็นต้น ซึ่งสารดังกล่าวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลวิชาการที่ยืนยันชัดเจนว่าสมุนไพรดังกล่าวสามารถนำมารักษาแผลมะเร็งในมนุษย์ได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นวิธีมาตรฐาน และได้รับการยอมรับมี 3 วิธี หลัก ๆ ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ดื่มน้ำอัลคาไลน์หรือน้ำด่าง ช่วยป้องกันมะเร็งได้

ตามที่ได้มีข่าวปรากฎในสื่อออนไลน์ต่างๆ ในประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำอัลคาไลน์หรือน้ำด่าง ช่วยป้องกันมะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อความประโยชน์ของการดื่มน้ำด่างว่าเมื่อดื่มแล้วจะทำให้ร่างกายเกิดสมดุล และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งได้นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงว่า จากหลายการศึกษา พบว่าสภาวะความเป็นกรด-ด่างของอาหารและน้ำดื่ม ไม่ได้มีผลต่อการป้องกันหรือยับยั้งเซลล์มะเร็งแต่อย่างใด โดยร่างกายของคนจะมีกระบวนการในการควบคุมความเป็นกรด-ด่างอยู่อย่างสม่ำเสมอ และอวัยวะภายในของร่างกายก็มีความเป็นกรด-ด่างที่แตกต่างกัน ซึ่งน้ำอัลคาไลน์หรือน้ำด่าง เป็นน้ำที่มีค่าความเป็นกรดด่าง อยู่ที่ 6.5 – 8.5 ดังนั้นเมื่อเราดื่มน้ำด่างเข้าไปในร่างกายจะไม่สามารถคงความเป็นด่างของน้ำได้ จึงแนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดี โดยการเลือกซื้อน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน โดยก่อนซื้อให้สังเกต ดังนี้1. น้ำต้องใส ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น2. ฝาปิดผนึกปิดสนิท ไม่มีร่องรอยการเปิดใช้งาน3. ภาชนะต้องสะอาดไม่รั่วซึม4. เครื่องหมาย อย. นอกจากนี้สามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งได้โดย รักษาสุขภาพออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็ง เช่น– การสูบบุหรี่– การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์– การสัมผัสแสงแดดจ้าหมั่นสังเกตตนเองว่ามีความผิดปกติหรือไม่ และควรตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ต้นหนอนตายหยาก รักษามะเร็งในมนุษย์ได้

ตามที่มีการเผยแพร่ประเด็นเรื่องต้นหนอนตายหยาก รักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำแนะนำเรื่องสุขภาพที่ระบุว่าสามารถใช้ต้นหนอนตายหยาก มารักษามะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อว่ายังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าหนอนตายหยากสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยหนอนตายหยาก เป็นพืชสมุนไพรในสกุล Stemona วงศ์ Stemonaceae ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และทางเกษตร ในประเทศไทยหนอนตายหยากมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งอาจมีสารออกฤทธิ์ที่มีสมบัติและปริมาณแตกต่างกัน โดยตามภูมิปัญญาพื้นบ้านนิยมนำรากของหนอนตายหยากมารับประทานเป็นยาสมุนไพร ซึ่งใช้ได้เป็นบางสายพันธุ์เท่านั้น และต้องผ่านกระบวนการทำลายพิษก่อน โดยสารสำคัญที่พบ คือ สารประกอบกลุ่มอัลคาลอยด์และสารประกอบกลุ่มโรทีนอยด์ สำหรับการใช้สารสกัดจากรากในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่พบเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติเท่านั้น ทั้งนี้ การรับประทานสมุนไพรเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรคควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและสตรมีครรภ์ควรระมัดระวังในการรับประทานเป็นพิเศษ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าหนอนตายหยากสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ พบเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติเท่านั้น หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวบิดเบือน อั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะไม่สุด เสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

ตามที่มีข้อความเผยแพร่ว่าอั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะไม่สุด เสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน กรณีชวนเชื่อเรื่องปัญหาสุขภาพที่ระบุว่าเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก หากมีอาการอั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะไม่สุด ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าต่อมลูกหมากมีโอกาสเป็นมะเร็ง แต่พบว่าอายุที่มากขึ้นอาจเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งได้ ซึ่งมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อมะเร็งลุกลามมากขึ้นจนไปกดทับท่อปัสสาวะ อาจทำให้เกิดอาการแปรปรวนของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เช่น ปัสสาวะบ่อย มีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่งหรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง ปัสสาวะมีเลือดปน เป็นต้น ฉะนั้น อาการอั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่สุด จึงไม่ได้บ่งชี้ว่าจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไป อาจมีสาเหตุเกิดจากต่อมลูกหมากโต การติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้เช่นกัน ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์ที่อยู่ด้านหน้าต่อกับทวารหนักและล้อมรอบส่วนหนึ่งของท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมากจะถูกกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตจากฮอร์โมนเพศชาย เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะโตขึ้นและอาจอุดตันท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจเป็นผลให้ปัสสาวะลำบากหรืออาจรบกวนระบบสืบพันธุ์ อาการดังกล่าวอาจเรียกว่าต่อมลูกหมากโต สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ http://www.nci.go.th  สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สารเคลือบกระทะเทฟลอน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง

ตามที่มีกระแสข่าวตามสื่อออนไลน์ เรื่อง สารเคลือบกระทะเทฟลอน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า กระทะเทฟลอนเมื่อได้รับความร้อนจะปล่อยสารที่ใช้เคลือบออกมา ทำให้ปะปนในอาหารและเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งนั้นทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า สารเทฟลอนที่นิยมใช้เคลือบกระทะ คือ Polytetrafluoroethylene (PTFE) ที่สังเคราะห์มาจาก Tetrafluoroethylene (TFE) เป็นสารที่เสถียรและทนความร้อนได้สูงมาก กรณีได้รับความร้อนสูงจนเกิดความเสียหายจะเกิดการหดตัวและหลุดร่อนเท่านั้น เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระ โดยไม่ได้ทำปฏิกิริยาหรือดูดซึมเข้าร่างกาย โดยปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า เทฟลอนเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ กระทะเทฟลอนสามารถนำมาใช้ในการทำอาหารได้ ทั้งนี้อาจมีข้อจำกัดสำหรับอายุการใช้งาน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับการใช้งานตามคำแนะนำ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการผลิตเทฟลอนอาจมีการใช้สาร Perfluorooctanoic acid หรือ PFOA (ซึ่งขณะนี้ไม่นิยมนำมาใช้แล้ว) สารดังกล่าวถูกจัดให้เป็นกลุ่มสารที่มีความเป็นไปได้ในการก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกของตับ ตับอ่อน อัณฑะ และเต้านมของสัตว์ แต่ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยที่ศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยังคงต้องรอการศึกษาวิจัยต่อไปในอนาคต ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า สารเคลือบกระทะเทฟลอนเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยกระทะเทฟลอนสามารถนำมาใช้ในการทำอาหารได้ ทั้งนี้อาจมีข้อจำกัดสำหรับอายุการใช้งาน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับการใช้งานตามคำแนะนำ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ริดสีดวงเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่

ตามที่มีการเผยแพร่เตือนประเด็นเรื่องริดสีดวงเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคำเตือนเรื่องสุขภาพที่ระบุเป็นริดสีดวงจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่าโรคริดสีดวง ไม่ได้เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งริดสีดวง เป็นโรคที่เกิดจากเส้นเลือดดำทวารหนัก หรือส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่มีการบวมพองยื่นนูนเป็นติ่งออกมาจากทวารหนัก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ริดสีดวงภายใน เกิดบริเวณเนื้อเยื่อทวารหนักที่อยู่สูงกว่าระดับหูรูดทวารหนัก และริดสีดวงภายนอก เกิดบริเวณทวารหนักส่วนล่าง มีอาการนูนเป็นติ่งออกจากทวารหนัก โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานเนื้อแดงเนื้อแปรรูปเป็นประจำ อาหารกากใยน้อย อาหารปิ้งย่างรมควัน ตลอดจนขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น อาการของโรคที่พบบ่อย ได้แก่ การถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือดหรืออาจถ่ายเป็นเลือดสดๆ มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง/ถ่ายไม่สุด ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง และมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด จุกเสียด เป็นต้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ผลิตภัณฑ์ Ausway lung Cleanser ป้องกันมะเร็ง ล้างสารพิษตกค้างในปอด และยับยั้งสารก่อภูมิแพ้

ตามที่ได้มีข้อความเผยแพร่เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Ausway lung Cleanser ป้องกันมะเร็ง ล้างสารพิษตกค้างในปอด และยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีโฆษณาขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Ausway lung Cleanser ที่มีการระบุว่าสามารถป้องกันมะเร็ง ล้างสารพิษตกค้างในปอด และยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านทางเว็บไซต์ ausway-lungcleanser ออสเวย์บำรุง และดีท็อกซ์ปอด ซึ่งมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยข้อความระบุว่า ช่วยยับยั้งเอนไซม์ ล้างสารพิษในระบบทางเดินหายใจ จึงสั่งระงับการโฆษณา และดำนินการตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ ไม่มีผลิตภัณฑ์อาหารใด สามารถช่วยล้างหรือขับสารพิษได้ การโฆษณาดังกล่าว เป็นการโฆษณาโอ้อวด สรรพคุณเกินขอบข่ายความเป็นอาหาร ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะมีความเสี่ยง อาจได้รับผลิตภัณฑ์ ปลอม ไม่มีคุณภาพ หรือมีส่วนผสมของสารอันตราย วิธีถนอมปอดที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งที่มีควัน บุหรี่ ฝุ่นควัน และสวมใส่หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละออง เมื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทร. 1556…

อาการเลือดออกที่ช่องคลอด สัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก จริงหรือ?

ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง อาการเลือดออกที่ช่องคลอด สัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลว่า อาการเลือดออกที่ช่องคลอด ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูกจริง ซึ่งมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และอาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ และการสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งอาการบ่งชี้ของโรค คือ มีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ มีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ ปวดในช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวมีเลือดหรือหนองปน ช่องคลอดมีกลิ่นผิดปกติ และแม้ว่ามะเร็งปากมดลูกจะเป็นโรคที่ร้ายแรงอย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าโรคนี้สามารถป้องกันได้ โดยการป้องกันการติดเชื้อ เช่น ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ไม่สูบบุหรี่ ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง รวมไปถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ นอกจากนี้ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV สามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง HPV-16 และ HPV-18 อีกทั้งปัจจุบันมีนโยบายป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกโดยการฉีดวัคซีน HPV ฟรีสำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และผู้หญิงไทยอายุ 30-60 ปี สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่สถานพยาบาลที่ให้บริการการคัดกรอง ซึ่งการตรวจคัดกรองโรคจะช่วยให้พบโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่มทำให้การรักษาได้ผลดี และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! เอื้องหมายนา สุดยอดสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง

ตามที่มีการโพสต์และแชร์คลิปวิดีโอในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง เอื้องหมายนา สุดยอดสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เนื้อหาว่า เอื้องหมายนา เป็นสุดยอดสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็งนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเอื้องหมายนาสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ โดยเอื้องหมายนา (Costus speciosus หรือ Cheilocostus speciosus) มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น อัลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ และซาโปนิน เป็นต้น อย่างไรก็ตามข้อมูลวิชาการด้านการรักษาโรคมะเร็งมีจำนวนน้อยมาก และยังไม่มีข้อสรุปว่าเอื้องหมายนาสามารถนำมาใช้เป็นยารักษามะเร็งในคนได้ ซึ่งการศึกษาวิจัยในคนถือได้ว่ามีความสำคัญ และจำเป็นต้องศึกษาหลายด้าน เช่น กลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแยกสารที่ออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ การทดสอบด้านพิษวิทยา และความปลอดภัย ตลอดจนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งการรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณาหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน และอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ :…