ข่าวปลอม อย่าแชร์! รอยจุดสีน้ำตาลที่พบบนเนื้อกระเทียม คือเชื้อราที่มีพิษ และเป็นสารก่อมะเร็ง

ตามที่ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง รอยจุดสีน้ำตาลที่พบบนเนื้อกระเทียม คือเชื้อราที่มีพิษ และเป็นสารก่อมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่ารอยจุดสีน้ำตาลที่พบบนเนื้อกระเทียม คือเชื้อรา ซึ่งส่วนใหญ่เชื้อราพวกนี้เป็นเชื้อราที่มีพิษหรือสารก่อมะเร็งนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า จุดสีน้ำตาลบนเนื้อกระเทียมอาจเกิดจากรอยช้ำของกระเทียมส่งผลให้เชื้อราหลากหลายชนิดอาจปนเปื้อนหรือเข้าไปเจริญอยู่ในบริเวณรอยช้ำนั้นๆ โดยมักพบในกระเทียมที่มีการเก็บรักษาไม่เหมาะสมหรือเก็บไว้เป็นเวลานาน ตามที่มีข้อกังวลว่าเชื้อราที่อยู่บนกระเทียมอาจสร้างสารพิษหรือสารก่อมะเร็งนั้น จากการสืบค้นข้อมูลงานวิจัย พบว่า เชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus เป็นเชื้อราที่สามารถสร้างสารอะฟลาทอกซินซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าพบสารอะฟลาทอกซินบริเวณรอยจุดสีน้ำตาลบนกระเทียม จึงแนะนำให้ควรเลือกซื้อกระเทียมที่สดใหม่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ไม่มีลักษณะของเส้นใยและสปอร์ของเชื้อรา การเก็บรักษาควรเก็บไว้ในที่แห้งไม่อับชื้นและไม่เก็บไว้นานเกินไป หากพบรอยจุดสีน้ำตาลบนกระเทียมควรทิ้งไปทั้งกลีบหรืออาจหั่นบริเวณนั้นทิ้งและควรรับประทานกระเทียมที่ปรุงสุกเพื่อลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ งนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : รอยจุดสีน้ำตาลบนเนื้อกระเทียมคือรอยช้ำ จึงส่งผลให้เชื้อราหรือจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ ปนเปื้อนหรือเข้าไปเจริญอยู่ในบริเวณรอยช้ำนั้น ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุว่ารอยจุดสีน้ำตาลบนเนื้อกระเทียมนี้มีสารก่อมะเร็ง หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! บอระเพ็ดพุงช้าง ช่วยรักษาโรคมะเร็งต่าง ๆ

ตามที่ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง บอระเพ็ดพุงช้าง ช่วยรักษาโรคมะเร็งต่าง ๆ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่าบอระเพ็ดพุงช้าง นำมาดองกับเหล้ากินเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยรักษาโรคมะเร็งต่างๆ ได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า บอระเพ็ดพุงช้าง (Stephania suberosa) เป็นไม้เถามีหัวกลมโผล่พ้นดิน จากการสืบค้นข้อมูลรายงานวิจัยส่วนใหญ่เป็นการศึกษาเบื้องต้นในการตรวจหาสารประกอบที่สำคัญของบอระเพ็ดพุงช้างซึ่งพบว่าพืชในสกุลนี้ประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น แอลคาลอยด์ (alkaloids) ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) และสเตียรอยด์ (steroids) เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่พบงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าบอระเพ็ดพุงช้างสามารถใช้เป็นยารักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งผู้ที่จะใช้สมุนไพรควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันยังไม่พบงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าบอระเพ็ดพุงช้างสามารถใช้เป็นยารักษามะเร็งในมนุษย์ได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ต้นจักรนารายณ์ ช่วยรักษามะเร็งในมนุษย์ได้

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง ต้นจักรนารายณ์ ช่วยรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการเผยแพร่ข้อมูลชวนเชื่อถึงสมุนไพรต้นจักรนารายณ์ ว่ามีสรรพคุณช่วยรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สืบค้นข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าต้นจักนารายณ์รักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยจักรนารายณ์ ชื่ออื่น ๆ แป๊ะตำปึง ผักพันปี เป็นต้น ชื่อวิทยาศาสตร์ Gynura procumbens (Lour.) Merr. ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Gynura divaricata (L.) DC. จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น มีการนำใบของจักรนารายณ์มาใช้ในการรักษาฝี แก้ฟกบวม แก้คัน แก้พิษแมลงกัดต่อย งูสวัด และเริม เป็นต้น ใบจักรนารายณ์พบสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารฟลาโวนอยด์ เทอร์พีนอยด์ ซาโปนิน และแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบจึงมีการนำสารสกัดจากใบจักรนารายณ์มาศึกษาวิจัยในระดับเซลล์พบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาเบื้องต้นที่อยู่ในระดับห้องปฏิบัติการเท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ :…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สมุนไพรพะยูง มีสรรพคุณเป็นยาแก้มะเร็ง

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง สมุนไพรพะยูง มีสรรพคุณเป็นยาแก้มะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการเผยแพร่ข้อมูลชวนเชื่อถึงสมุนไพรพะยูง ว่ามีสรรพคุณเป็นยาแก้มะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สืบค้นข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าพะยูงรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ เนื่องจากพะยูง ชื่อวิทยาศาสตร์ Dalbergia cochinchinensis Pierre. จากการสืบค้นข้อมูลพบว่ามีการนำเปลือกต้นหรือแก่น และรากของพะยูงในการแก้พิษไข้ แก้เบาหวาน แก้น้ำเหลืองเสีย แก้โรคปากเปื่อย เป็นต้น  ดังนั้นควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ชนิดของสมุนไพร ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าพะยูงรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ เนื่องจากพบว่าการนำเปลือกต้นหรือแก่น และรากของพะยูงใช้ในการแก้พิษไข้ แก้เบาหวาน แก้น้ำเหลืองเสีย แก้โรคปากเปื่อย เท่านั้น หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! กินแล้วนอน ทำให้เสี่ยงเกิดโรคมะเร็งหลอดเลือด

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง กินแล้วนอน ทำให้เสี่ยงเกิดโรคมะเร็งหลอดเลือด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการเผยแพร่ข้อมูลว่าหากกินแล้วนอน บ่อยๆ ทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลอดเลือดนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สืบค้นข้อมูลและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดว่าการกินแล้วนอนเสี่ยงเกิดเป็นโรคมะเร็งหลอดเลือด ซึ่งพฤติกรรมกินแล้วนอน เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะอาการแสบร้อนกลางอกและอาการกรดไหลย้อน ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากภาวะที่หูรูดบริเวณส่วนปลายของหลอดอาหาร (Lower Esophageal Sphincter – LES) ทำงานผิดปกติทำให้กรดหรือน้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในบริเวณหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรังบริเวณหลอดอาหารและบริเวณกล่องเสียงได้ นอกจากนี้พฤติกรรมกินแล้วนอนอาจส่งผลให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคนอนไม่หลับ โรคอ้วน เป็นต้น จึงควรปรับพฤติกรรมโดยเว้นระยะเวลาการรับประทานอาหารและการนอนให้ห่างกันอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : พฤติกรรมกินแล้วนอน เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดว่าการกินแล้วนอนเสี่ยงเกิดเป็นโรคมะเร็งหลอดเลือดได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ต้นดีปลาช่อน มีฤทธิ์รักษาโรคมะเร็ง

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง ต้นดีปลาช่อน รักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการระบุสรรพคุณของต้นดีปลาช่อน ว่ามีฤทธิ์ในการรักษาโรคมะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้สืบค้นข้อมูลทางวิชาการและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าต้นดีปลาช่อนสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยดีปลาช่อน (Tacca chantrieri Andre) หรือเนระพูสีไทย เป็นไม้ล้มลุกที่มีเหง้าใต้ดิน จากการสืบค้นข้อมูลพบว่ามีการนำส่วนต่าง ๆ ของต้นดีปลาช่อนมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะส่วนของเหง้าดีปลาช่อน ซึ่งรายงานการศึกษาวิจัย พบว่า เหง้าดีปลาช่อนประกอบไปด้วยสาร diarylheptanoids และ steroidal glycosides ที่มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ที่ศึกษาในระดับห้องทดลองเท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาการใช้ดีปลาช่อนรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ จึงควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าต้นดีปลาช่อนสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ :…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ผลกระเบา ช่วยรักษาโรคมะเร็ง

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง ผลกระเบา ช่วยรักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการระบุสรรพคุณของกระเบาว่า สามารถแก้เสมหะเป็นพิษ รักษามะเร็งได้นั้น ทางทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้สืบค้นข้อมูลทางวิชาการและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าผลกระเบาสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งกระเบา (Hydnocarpus anthelminthicus Pierre ex Laness) เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ในตำรับยาพื้นบ้าน จากการสืบค้นข้อมูลวิชาการพบว่าพืชตระกูล Hydnocarpus มีประมาณ 40 สายพันธุ์ โดยพืชในตระกูลนี้มีสารสำคัญหลายชนิด เช่น flavonoids และ flavonolignans ซึ่งอาจมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านมะเร็ง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้นและเป็นการศึกษาวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าผลกระเบาสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ จึงไม่ควรนำข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่อาจส่งผลทำให้ประชาชนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน โดยควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าผลกระเบาสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! เปลือกและรากของต้นแทงทวย ใช้รักษาโรคมะเร็งได้

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง เปลือกและรากของต้นแทงทวย ใช้รักษาโรคมะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการระบุสรรพคุณของต้นแทงทวยว่าสามารถใช้เปลือกและราก ในการรักษามะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลวิชาการ และชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ว่าเปลือกหรือรากของต้นแทงทวย สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งแทงทวย หรือสีเสียดน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Mallotus plicatus เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พบตามป่าไม้ผลัดใบ จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าเปลือกต้นแทงทวยประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ เบอจินีน เดาโคสเตอรอล และสารประกอบฟีนอลิค อย่างไรก็ตามการศึกษาด้านสรรพคุณทางการแพทย์ของแทงทวยมีจำนวนน้อย อีกทั้งยังเป็นเพียงการศึกษาระดับเซลล์และสัตว์ทดลองเท่านั้น จึงไม่มีข้อมูลเพียงพอและไม่สามารถสรุปได้ว่าเปลือกหรือรากของต้นแทงทวยสามารถนำมารักษาผู้ป่วยมะเร็งได้ โดยการนำพืชสมุนไพรมาใช้เพื่อหวังผลทางการรักษา โดยไม่ทราบรายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาที่เหมาะสม หากผู้ป่วยมะเร็งต้องการใช้ยาสมุนไพรเสริมการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอและไม่สามารถสรุปได้ว่าเปลือกหรือรากของต้นแทงทวยสามารถนำมารักษาผู้ป่วยมะเร็งได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ขัดผิวแบบแห้ง ช่วยถอนพิษผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ตามที่มีการเผยแพร่วิดีโอลงโซเชียลมีเดียซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง ขัดผิวแบบแห้ง ช่วยถอนพิษผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการบอกสรรพคุณของการขัดผิวแบบแห้งว่า เป็นเทคนิคที่สามารถถอนพิษสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้สืบค้นข้อมูลทางวิชาการและชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่าการขัดผิวแบบแห้งสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ ทั้งนี้ การขัดผิวแบบแห้ง หรือ Dry Brush Exfoliation คือ การขัดผิวด้วยแปรงขัดผิวขณะที่ตัวยังแห้งก่อนอาบน้ำ เป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกด้วยวิธีทางกายภาพ และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและต่อมน้ำเหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขัดผิวเพื่อประโยชน์ทางด้านความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อรักษาโรคแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษา เช่น ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด ได้รับการฉายรังสี ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาก่อน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : จากการสืบค้นข้อมูลวิชาการ พบว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่าการขัดผิวแบบแห้งสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ต้นมะแว้งนก ช่วยรักษามะเร็งปากมดลูก

ตามที่มีการเผยแพร่วิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ต้นมะแว้งนก ช่วยรักษามะเร็งปากมดลูก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีการระบุสรรพคุณของต้นมะแว้งนกว่า สามารถรักษามะเร็งปากมดลูกได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สารที่พบในต้นมะแว้งนก ประกอบด้วยสารในกลุ่มแอลคาลอยด์ ซาโปนิน วิตามินเอ วิตามินซี เป็นต้น ซึ่งสารประกอบไกลโคแอลคาลอยด์ที่สำคัญ ได้แก่ สารโซลานีน (Solanine) จัดเป็นสารพิษธรรมชาติที่พบได้ในพืช เมื่อรับประทานโดยไม่ผ่านความร้อนอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียได้ นอกจากนี้ยังมีสารในกลุ่มเดียวกัน คือ โซลาโซนีน (Solasonine) และโซลามารจีน (Solamargine) ซึ่งมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาด้านการต้านมะเร็งในระดับเซลล์พบว่าเป็นสารที่มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น เซลล์มะเร็งตับ เซลล์มะเร็งเต้านม เซลล์มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่ใช้มะแว้งนกรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งชนิดอื่น ๆ ในมนุษย์ และควรศึกษารายละเอียดสรรพคุณทางยาของพืชและนำมาใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หมั่นสังเกตอาการข้างเคียงหรือฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรคควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/ หรือ…