ข่าวปลอม อย่าแชร์! รากสามสิบดองเหล้ากับน้ำผึ้ง ช่วยรักษามะเร็งเต้านม

ตามที่มีการแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพเรื่อง รากสามสิบดองเหล้ากับน้ำผึ้ง ช่วยรักษามะเร็งเต้านม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ในกรณีเผยแพร่ข้อมูลรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วยการดื่มน้ำรากสามสิบดองเหล้ากับน้ำผึ้ง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสมุนไพรรากสามสิบสามารถรักษามะเร็งเต้านมได้ โดยรากสามสิบเป็นพืชในวงศ์เดียวกับหน่อไม้ฝรั่ง ส่วนของรากมีสารสำคัญ คือ สเตียรอยด์ซาโปนิน ซึ่งเป็นสารไฟโตเอสโตรเจน มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนของมนุษย์ จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านบำรุงผิวพรรณ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน หรือใช้ทดแทนฮอร์โมนในสตรีวัยทอง อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสมุนไพรรากสามสิบสามารถรักษามะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่า ผู้ที่เป็นหรือมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนจากสมุนไพรดังกล่าวอาจส่งต่อระดับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ควรรับประทานสมุนไพรรากสามสิบติดต่อกันเป็นเวลานาน และไม่ควรใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดเนื่องจากมีฤทธิ์เสริมกัน ผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสมุนไพรรากสามสิบสามารถรักษามะเร็งเต้านมได้ ทั้งยังมีคำแนะนำว่า ผู้ที่เป็นหรือมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนจากสมุนไพรดังกล่าวอาจส่งต่อระดับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สมุนไพรสมอไทย ใช้รักษาโรคมะเร็งหาย

ตามการปรากฏข้อมูลเรื่องสมุนไพรสมอไทย ใช้รักษาโรคมะเร็งหาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากการเผยแพร่ข้อความถึงประเด็นเรื่อง รักษาโรคมะเร็งหายได้ด้วย สมอไทย ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนหรืองานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่าสมอไทยสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ โดยสมอไทยนั้น เป็นสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้ทำเป็นยาได้หลายส่วนทั้ง ดอก ผล แก่น และเปลือกต้น สารประกอบหลักที่พบในผลสมอไทย เช่น แทนนิน สารกลุ่มพอลีฟีโนลิก (กรดแกลลิค กรดแอลลาจิก และคอริลาจิน) วิตามินเอ และซี สารเหล่านี้มีฤทธิ์ในต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลินทรีย์บางชนิดที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร บรรเทาอาการท้องผูกท้องเฟ้อ ทำให้สมอไทยถูกนำมาใช้ในตำรับยาแผนไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชียาหลักแห่งชาติโดยเป็นส่วนประกอบของยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ทั้งนี้ สมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับโรค การรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือhttp://www.nci.go.th/ หรือโทร. 02-202-6800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนหรืองานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่าสมุนไพรสมอไทยสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ สมอไทยถูกนำมาใช้ในตำรับยาแผนไทย…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! กินอาหารค้างคืนที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง

ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง กินอาหารค้างคืนที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีข้อความเตือนภัยว่า การรับประทานอาหารค้างคืน ที่ถูกนำมาอุ่นซ้ำ ๆ จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า การรับประทานอาหารค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง แต่อันตรายอาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี เช่น เก็บในตู้เย็นที่มีความเย็นไม่เพียงพอทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนสร้างสารพิษขึ้นมา เมื่อทานอาหารเหล่านั้นเข้าไปก็จะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้อาหารที่ทำทิ้งไว้นาน และมีการอุ่นซ้ำซากอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รวมถึงมีรสชาติเปลี่ยนไป โดยการรับประทานอาหารที่ค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษา และการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรรับประทานอาหารที่สดใหม่ ไม่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (nci.go.th) หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การรับประทานอาหารค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง โดยการรับประทานอาหารที่ค้างคืน และนำกลับมาอุ่นซ้ำควรคำนึงถึงอุณหภูมิของการเก็บรักษา และการอุ่นด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! รักษาโรคมะเร็งตับ ด้วยสมุนไพรฉัตรพระอินทร์

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอประเด็นเรื่อง รักษาโรคมะเร็งตับ ด้วยสมุนไพรฉัตรพระอินทร์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคลิปวิดีโอที่ได้บอกสรรพคุณของสมุนไพรฉัตรพระอินทร์ว่า สามารถนำมารักษาโรคมะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลว่า การนำสารสกัดจากใบฉัตรพระอินทร์มาใช้ทดสอบฤทธ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง เป็นเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าจะสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งฉัตรพระอินทร์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Leonotis nepetifolia (L.) R.Br เป็นสมุนไพรใช้รักษาโรคมาลาเรีย แก้แผลถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก แก้ไข้ โรคปวดข้อ เป็นยาระบาย ขับระดู แก้คัน กลากเกลื้อน ส่วนใบฉัตรพระอินทร์มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เช่น สารฟลาโวนอยด์ สารฟีนอล และสารอิรีดอย์ส เป็นต้น ทั้งนี้สมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ…

ข่าวบิดเบือน 8 อันดับอาหาร หากบริโภคทำให้เกิดโรคมะเร็ง

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง 8 อันดับอาหาร หากบริโภคทำให้เกิดโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน จากที่มีการเผยแพร่ข้อมูล 8 อันดับอาหารที่ทำให้ก่อมะเร็ง ได้แก่ ผงชูรส หมากฝรั่ง ตับหมู ผักดองและหัวไชเท้าแห้ง น้ำผลไม้บรรจุขวด ไข่เยี่ยวม้า เต้าหู้เหม็น และปาท่องโก๋ นั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการพบว่า การบริโภคอาหารดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยอาหาร 8 ชนิดดังกล่าว สามารถจัดกลุ่มได้ ดังนี้ กลุ่มอาหารประเภททั่วไป ได้แก่ ตับหมู และปาท่องโก๋ กลุ่มที่เกิดจากการหมักหรือถนอมอาหาร ได้แก่ ผักดองและหัวไชเท้าแห้ง ไข่เยี่ยวม้า เต้าหู้เหม็น และน้ำผลไม้บรรจุขวด และกลุ่มที่จำกัดการบริโภค คือ ผงชูรส และหมากฝรั่ง ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูลทางวิชาการยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ แต่การรับประทานอาหารเหล่านี้ที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือมีกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เช่น อาการท้องเสียที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ในกระบวนการหมักดอง การรับประทานอาหารประเภททอดอาจส่งผลให้เกิดภาวะโรคอ้วน หรือการเคี้ยวหมากฝรั่งในปริมาณที่มากเป็นประจำ อาจทำให้ปวดท้องหรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารได้ จึงไม่ควรรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ แต่ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สมุนไพรหนามแท่ง ใช้รักษาโรคมะเร็ง

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สมุนไพรหนามแท่ง ใช้รักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากคำแนะนำผู้ป่วยโรคมะเร็งว่าให้ใช้สมุนไพรหนามแท่ง ในการรักษานั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าหนามแท่งหรือเชื้อราดังกล่าวสามารถสร้างสารที่สามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ มีเพียงการศึกษาเบื้องต้น ถึงชนิดของเชื้อราเอนโดไฟท์ที่เจริญเติบโตบนเนื้อเยื่อพืชที่มีชีวิต ซึ่งพบว่าราเอนโดไฟท์ Biporalis sp. Ctom 12 ที่แยกจากหนามแท่งสร้างสาร radicinin ที่มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง เช่น เซลล์มะเร็งท่อน้ำดี เซลล์มะเร็งเยื่อบุช่องปาก เซลล์มะเร็งปากมดลูก เซลล์มะเร็งเต้านม และเซลล์มะเร็งปอด แต่อย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวเป็นเพียงผลการศึกษาเบื้องต้นในระดับห้องปฏิบัติการเท่านั้น โดยหนามแท่ง หรือมะเค็ด (Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Triveng.) เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ทุกภาคของประเทศไทย มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ไกลโคไซด์ ซาโปนิน และแทนนิน จึงมีการนำลำต้น ใบ ผล และราก มาใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาพื้นบ้าน ทั้งนี้การนำพืชสมุนไพรมาใช้เพื่อหวังผลทางการรักษา โดยไม่ทราบรายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาที่เหมาะสม หากผู้ป่วยมะเร็งต้องการใช้ยาสมุนไพรเสริมการรักษา…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สบู่แดงรักษาโรคมะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรัง

ตามที่มีการแชร์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สบู่แดงแก้มะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรัง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคลิปวิดีโอที่มีการให้ข้อมูลของสมุนไพรสบู่แดง ว่าสามารถนำมาใช้รักษาโรคมะเร็ง และแผลติดเชื้อเรื้อรังให้หายได้ โดยทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่ระบุว่าสบู่แดงสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ แม้จะมีการพบสารประกอบสำคัญที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ฟีโนลิก ซาโปนิน และเทอร์พีนอยด์ ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะนำมารักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งสบู่แดง (Jatropha gossypifolia L.) หรือละหุ่งแดง บางพื้นที่เรียกว่าสบู่เลือด (อาจจะทำให้สับสนกับพืชอีกชนิดหนึ่ง คือ Stephania pierrei Diels ซึ่งถูกเรียกเป็นชื่อภาษาไทยว่าสบู่เลือดเช่นกัน) สบู่แดงเป็นไม้พุ่ม ใบอ่อนมีสีม่วงเข้มหรือสีน้ำตาลแดง มักมีการนำใบ ลำต้น ราก และเมล็ด มาใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาพื้นบ้าน แต่การนำพืชสมุนไพรมาใช้เพื่อหวังผลทางการรักษา โดยไม่ทราบรายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาที่เหมาะสม ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาและขอคำแนะจากแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์…

ข่าวบิดเบือน ผู้หญิงที่ย้อมสีผมบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มากขึ้น 60%

ตามที่ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ผู้หญิงที่ย้อมสีผมบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มากขึ้น 60% ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่าผู้หญิงที่ย้อมสีผมบ่อย จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าปกติ ถึง 60% โดยทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่ายาย้อมสีผมเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งยาย้อมสีผมแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ แบบชั่วคราว แบบกึ่งถาวร และแบบถาวร โดยชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือแบบถาวรซึ่งยาย้อมผมชนิดนี้จะแทรกซึมเข้าไปในเส้นผม และคงอยู่อย่างถาวรจนกว่าผมใหม่จะงอกขึ้นมา โดยสารเคมีหลักที่พบในผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมแบบถาวรประกอบไปด้วยสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สารพาราฟินีลินไดอะมีน (PPD) ตะกั่วอะซิเตท แอมโมเนีย เป็นต้น การใช้ยาย้อมผมเป็นประจำอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น มีอาการระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก หู ดวงตา และคอ มีผื่นคันหรือลมพิษทั่วร่างกาย หากมีอาการแพ้รุนแรงจะทำให้หายใจลำบากและหมดสติได้ นอกจากนี้ช่างทำผมยังเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีมากกว่าผู้ที่ย้อมผมเนื่องจากต้องสัมผัสกับสารเคมีที่มาจากน้ำยาต่าง ๆ เป็นประจำ และสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยย้อมผมไม่ควรย้อมสีผม เพราะในน้ำยาย้อมผมมีสารเคมีหลายชนิด อาจก่อให้เกิดอาการแพ้สารเคมีบริเวณผิวหนัง และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน สำหรับช่างทำผมควรสวมใส่ถุงมือและใส่หน้ากากป้องกันสารเคมีขณะปฎิบัติงาน และควรมีระบบระบายอากาศที่ดีในร้านทำผม ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์…

ข่าวบิดเบือน ผักกาดขาวมักดูดซึมยาฆ่าแมลง เป็นเหตุทำให้คนไทยเป็นมะเร็งมากที่สุดในเอเชีย

ตามที่มีการเตือนภัยด้านสุขภาพเรื่องผักกาดขาวมักดูดซึมยาฆ่าแมลง เป็นเหตุทำให้คนไทยเป็นมะเร็งมากที่สุดในเอเชีย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน จากกรณีการทดลองชวนเชื่อโดยระบุว่าผักกาดขาวดูดน้ำแดง จนเป็นผักกาดแดง ถ้าดูดยาฆ่าแมลงจะเป็นผักกาดสวย ที่คนไทยชอบกิน เลยเป็นมะเร็งกันมากสุดในเอเซีย ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่ามีการบิดเบือนข้อความจากความเป็นจริง เนื่องจากคนไทยไม่ได้เป็นมะเร็งมากที่สุดในเอเชีย ตามที่กล่าวอ้าง และผักกาดขาวดูดน้ำแดงตามที่เห็นเป็นเพียงการทดลองทางวิทยาศาตร์แสดงการดูดซึมน้ำผ่านระบบท่อลำเลียงของพืช โดยอาศัยผ่านแรงดันที่เกิดขึ้นภายใน แต่โดยทั่วไปการใช้ยาฆ่าแมลงส่วนใหญ่มักเป็นการฉีดพ่นสารเคมีเคลือบบนใบและต้นพืชเพื่อกำจัดแมลง อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคอาจพบสารเคมีตกค้างอยู่ในผักได้ ซึ่งการรับประทานผักที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : คนไทยไม่ได้เป็นมะเร็งมากที่สุดในเอเชีย และการที่ผักดูดน้ำแดงตามที่เห็นก็เป็นเพียงการทดลองทางวิทยาศาตร์ แท้จริงการใช้ยาฆ่าแมลงส่วนใหญ่มักเป็นการฉีดพ่นสารเคมีเคลือบบนใบและต้นพืชเพื่อกำจัดแมลง จึงอาจมีการพบสารเคมีตกค้างอยู่ในผักได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สมุนไพรจมูกปลาหลด ใช้รักษาโรคมะเร็ง

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ในประเด็นเรื่อง สมุนไพรจมูกปลาหลด ใช้รักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีคลิปวิดีโอที่ได้มีการพูดถึงสรรพคุณของสมุนไพรจมูกปลาหลด ว่าสามารถนำมาต้มดื่ม เพื่อรักษาโรคมะเร็งนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลวิชาการแล้ว พบว่าจมูกปลาหลดไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ แม้ว่าจะมีการพบงานวิจัย แต่งานวิจัยที่พบเป็นเพียงการศึกษาคุณสมบัติการต้านการอักเสบในสัตว์ทดลอง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าจมูกปลาหลดสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ โดยจมูกปลาหลด เป็นไม้เถาขึ้นได้เองตามธรรมชาติในที่รกร้าง และบริเวณที่มีน้ำขังทั่วไป ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกใช้รับประทานเป็นผักสดได้ ซึ่งการนำพืชสมุนไพรมาใช้เพื่อหวังผลทางการรักษา โดยไม่ทราบรายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาที่เหมาะสม หากผู้ป่วยมะเร็งต้องการใช้ยาสมุนไพรเสริมการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : จมูกปลาหลดไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งงานวิจัยที่พบเป็นเพียงการศึกษาคุณสมบัติการต้านการอักเสบในสัตว์ทดลอง จึงยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าจมูกปลาหลดสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข