ข่าวปลอม อย่าแชร์! หน้ากากอนามัยผ้าสปันบอนด์ เป็นไมโครพลาสติก สูดดมอาจเสี่ยงมะเร็ง

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง หน้ากากอนามัยผ้าสปันบอนด์  เป็นไมโครพลาสติก สูดดมอาจเสี่ยงมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีที่มีการแชร์ว่า “หน้ากากอนามัยผ้าสปันบอนด์ ที่เกิดจากเส้นใยสังเคราะห์ ของโพลิเมอร์ ที่เป็น “Polypropylene ( PP )” ซึ่งมีกลิ่นฉุน แตกยุ่ยได้ง่าย จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรียกว่าไมโครพลาสติก หากสูดดมเข้าไปในร่างกาย มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง” ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า หน้ากากอนามัยผลิตจากใยสังเคราะห์ประเภทเดียวกันกับผ้าสปันบอนด์ซึ่งทำมาจากพลาสติกกลุ่ม Polypropylene จากรายงานขององค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer; IARC) ระบุว่าพลาสติกกลุ่ม Polypropylene ไม่จัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรืออยู่ในกลุ่ม 3 ดังนั้นปัจจุบันการใช้หน้ากากอนามัยที่ทำมาจากผ้าสปันบอนด์จึงยังไม่มีข้อมูลว่าทำให้เกิดโรคมะเร็ง พลาสติกกลุ่ม Polypropylene ที่นำมาใช้ผลิตผ้าสปันบอนด์ใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายเร็วกว่าพลาสติกทั่วไปทำให้เกิดความกังวลว่าพลาสติกชนิดนี้จะย่อยสลายเป็นไมโครพลาสติกแล้วปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีรายงานทางวิชาการที่ยืนยันแน่ชัดถึงไมโครพลาสติกกลุ่ม Polypropylene ที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมแล้วก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่ควรตื่นตระหนกเกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัยจากใยสังเคราะห์สปันบอนด์ ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สูตรน้ำผักผลไม้ต้านมะเร็ง

ตามที่ได้มีข่าวปรากฎในสื่อออนไลน์ต่างๆ ในประเด็นเรื่อง สูตรน้ำผักผลไม้ต้านมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแชร์สูตรน้ำผักต้านมะเร็ง และมีการอ้างถึงโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ให้ข้อมูลถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง สูตรน้ำผักดังกล่าวยังไม่มีหลักฐานที่ระบุแน่ชัดว่าสามารถต้านมะเร็งได้ อาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรแม้จะมีคุณประโยชน์แต่การรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษา ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.chulabhornhospital.com หรือโทร. 02 5766000 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ดื่มน้ำปั่นใบไม้สด และผักสดที่ไม่ผ่านความร้อน ช่วยรักษามะเร็ง

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำปั่นใบไม้สด และผักสดที่ไม่ผ่านความร้อน ช่วยรักษามะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวการดื่มน้ำปั่นใบไม้สด และผักสด ที่ได้แก่ ใบบัวบก ใบตำลึง ใบมะยม ใบมะกรูด ใบมะนาว ใบชะมวง ใบมันปู ใบโหระพา ใบกระเจี๊ยบแดง ใบเม่า ใบเตย ใบข่า ผลมะระขี้นก และมะเขือเทศราชินี ที่ไม่ผ่านความร้อนจะช่วยรักษามะเร็งนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการพบว่าพืชผักดังกล่าวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจมีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง แต่ไม่สามารถรักษาโรคมะเร็ง อาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และอาจมีส่วนในการป้องกันมะเร็งได้ เช่น สารเบต้าแคโรทีน สารไลโคปีน สารฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ อย่างไรก็ตามงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบการป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งนั้น ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งยังไม่มีรายงานผลทางคลินิกเกี่ยวกับปริมาณรับประทานที่สามารถป้องกันมะเร็งได้ การรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณา หรือตรวจสอบอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! บริโภคผักไฮโดรโปนิกส์ เสี่ยงเป็นมะเร็ง

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง บริโภคผักไฮโดรโปนิกส์ เสี่ยงเป็นมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีผู้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า คนที่กินผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นมะเร็งเต็มบ้านเต็มเมือง งานวิจัยเมื่อสามปีที่แล้ว โรงพยาบาลใหญ่ 5 แห่งใน กทม. วิจัยสาเหตุมะเร็งเพิ่มขึ้น 300% เกิดจากกินผักไฮโดรโปนิกส์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ออกมาชี้แจงว่า ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรืองานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์ทำให้เป็นโรคมะเร็ง ส่วนที่มีความกังวลว่าผักไฮโดรโปนิกส์จะสะสมสารไนเตรท ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อผู้บริโภคนั้น ในความเป็นจริงทั้งผักไฮโดรโปนิกส์ และผักที่ปลูกในดินล้วนมีสารไนเตรทตกค้างอยู่ อีกทั้งความเข้มข้นของสารไนเตรทในผักยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของพืช ความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหาร สภาพแวดล้อม และฤดูกาลในการปลูก ซึ่งพื้นที่เขตร้อนแสงแดดมากจะทำให้สารไนเตรทสลายตัวได้เร็วจึงยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับปริมาณไนเตรทที่ตรวจพบในผักไฮโดรโปนิกส์ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนสารไนเตรทเป็นสารก่อมะเร็งในพืชผักนั้นเป็นไปได้น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับสารไนเตรทจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูป ดังนั้นเรายังคงสามารถบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์ได้ แต่ควรล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธีก่อนรับประทานเสมอ ข้อมูลของข่าวดังกล่าวจึงอาจทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และเข้าใจคลาดเคลื่อน ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ…

ข่าวบิดเบือน อย่าแชร์! อาหารเปรี้ยว 7 ชนิด ต้านมะเร็ง

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง อาหารเปรี้ยว 7 ชนิด ต้านมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น มีข้อมูลบิดเบือน จากที่มีคลิปวีดีโอแนะนำให้รับประทานอาหารเปรี้ยว 7 ชนิด ซึ่งได้แก่ มะเขือเทศ  ดอกชบา มะนาว มะขามป้อม แครนเบอร์รี่ น้ำหมักชีวภาพ (Bio Fruits Cider) และอาหารหมักดองอนามัย เพื่อต้านมะเร็งนั้น  สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ให้ข้อมูลว่า มะเขือเทศ มะนาว มะขามป้อม แครนเบอร์รี่ เป็นกลุ่มของผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และอาจมีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง แต่ไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ส่วนน้ำหมักจากผลไม้ (Bio Fruits Cider) และอาหารหมักดอง จะช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารภายในร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานที่ระบุแน่ชัดเกี่ยวกับการต้านมะเร็ง อาหารที่มีรสเปรี้ยวแม้จะมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่การรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ จึงแนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สด ใหม่ สะอาด และมีความหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ จะทำให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนส่งผลให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ปกติ ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน…

WHO ฟันธง “เนื้อแดง-อาหารแปรรูป” เสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่” จริงหรือ?

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง WHO ฟันธง “เนื้อแดง-อาหารแปรรูป” เสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่”   ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็น ข้อมูลจริง องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ หรือ International Agency for Research on Cancer (IARC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เนื้อสัตว์แปรรูปเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 คือ สามารถก่อมะเร็งในมนุษย์ ส่วนเนื้อแดง เป็นกลุ่ม 2A คือ อาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์ การบริโภคเนื้อแปรรูปที่มากขึ้นและเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้และไส้ตรง เนื้อแดง  เช่น เนื้อวัว หมู แกะ หมูป่า ม้า และแพะ เป็นต้น IARC รายงานว่าการกินเนื้อแดงมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้และไส้ตรง แม้ว่าเนื้อสัตว์แปรรูปจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งเดียวกันกับบุหรี่ แอลกอฮอล์ แร่ใยหิน สารหนู เป็นต้น แต่ไม่ได้มีอันตรายเท่ากับสารเหล่านี้ ดังนั้นสามารถรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปได้ แต่ให้จำกัดปริมาณการรับประทาน สำหรับเนื้อแดงมีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น โปรตีน สังกะสี…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ดื่มน้ำอุ่นแช่มะนาวฝาน ช่วยรักษามะเร็ง

ตามที่ได้มีข่าวปรากฎในสื่อออนไลน์ต่างๆ ในประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำอุ่นแช่มะนาวฝาน ช่วยรักษามะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ หลังจากที่มีการแนะนำผู้ที่เป็นมะเร็งให้นำมะนาวมาฝานใส่ลงแก้ว เทน้ำร้อนใส่ลงไป ทิ้งไว้สักครู่ แล้วดื่มแก้โรคมะเร็ง กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลถึงเรื่องดังกล่าวว่า การดื่มน้ำอุ่นแช่มะนาวฝานไม่ได้มีคุณสมบัติในการที่จะไปยังยั้งหรือฆ่าเซลล์มะเร็งแต่อย่างใด และจากข่าวที่บอกว่าน้ำอุ่นแช่มะนาวฝานจะเป็นด่าง จากการทดลองโดยใช้เครื่องวัดความเป็นกรดด่าง พบว่าน้ำมะนาวในน้ำต้มสุก มีค่า PH 3.17 ไม่ได้เป็นด่างอย่างที่กล่าว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.moph.go.th หรือโทร. 02 5901000 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กระทรวงสาธารณสุข

หลีกเลี่ยงควันธูปช่วงตรุษจีน พบสารก่อมะเร็ง มีภัยต่อสุขภาพ จริงหรือ?

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็น ควันธูป และควันเผากระดาษเงิน กระดาษทองช่วงตรุษจีน มีสารก่อมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับกรมอนามัย พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลจริง จากที่มีการกล่าวถึงเรื่อง “ควันธูปสามารถก่อมะเร็ง” ได้ นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้ข้อมูลว่า ตนได้ทำงานวิจัยเรื่อง “สารก่อมะเร็ง ภัยเงียบที่มากับควันธูป” กว่า 12 ปี ได้ผลสรุปว่า ควันธูปมีสารก่อนมะเร็งจริง โดยทางกรมอนามัยได้ให้ข้อมูลยืนยันเรื่องดังกล่าวว่า ธูปที่เผาไหม้ จะปล่อยฝุ่นละออง และสารพิษจำนวนมาก ตรวจพบสารก่อมะเร็ง 3 ชนิด ได้แก่ 1. PAH สารอินทรีย์ระเหยง่าย ก่อให้เกิดมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 2. เบนซิน 3. บิวทาไดอีน ก่อให้เกิดมะเร็งของระบบเลือด และยังพบสารที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีฤทธิ์ทำให้ระคายเคืองตา และระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ควันที่มาจากธูปเท่านั้น…

ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นมะเร็ง ข่าวปลอม สร้างความเข้าใจผิด อย่าแชร์!

ตามที่ได้มีข่าวปรากฎในสื่อออนไลน์ต่างๆ ในประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ คณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกมาให้ข้อมูลถึงเรื่องดังกล่าวว่า น้ำอัดลมคือเครื่องดื่ม ที่อัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป เมื่อดื่มจะทำให้รู้สึกซ่า นอกจากนี้น้ำอัดลมมักประกอบด้วยน้ำตาล ซึ่งหากบริโภคมากเกินไปจะนำพาโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และทำให้ฟันผุได้ แต่ยังไม่มีรายงานการวิจัยที่จะยืนยันได้ว่าการบริโภคน้ำอัดลม จะทำให้เกิดมะเร็ง ดังนั้นอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป ส่วนการเกิดโรคมะเร็ง จะมาจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย จนเกิดเป็นก่อนเนื้อ ปัจจุบันแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนเพียงสาเหตุเดียวของการเกิดมะเร็งในแต่ละบุคคลได้ แต่พบว่ามีหลายปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็ง เช่น กรรมพันธุ์ บุหรี่ แอลกอฮอล์ การได้รับสารเคมีบางชนิด การติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียบางชนิด และนอกจากนี้มะเร็งอาจเกิดได้จากสภาวะเครียด หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้องจากคณะกรรมการอาหารและยาสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.oryor.com หรือโทร. 02 5907000 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ทาเล็บบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็ง จริงหรือ?

ตามที่ได้มีข่าวปรากฎในสื่อออนไลน์ต่างๆ ในประเด็นเรื่อง ทาเล็บบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลจริง ในน้ำยาทาเล็บนั้นมีสารหลากหลายชนิดมาก ซึ่งจะมีสารบางชนิดที่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางระบบประสาท ระบบสืบพันธ์ ระบบฮอร์โมนบางอย่าง และเกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็ง เช่น สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารที่มีกลิ่นฉุนและไม่มีสี ช่วยให้น้ำยาทาเล็บแข็งตัว หากใช้บ่อยจะทำให้เล็บแห้ง เปราะได้ง่ายขึ้น ตามกฎหมายอาจใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บโดยความเข้มข้นไม่เกิน 5% สารโทลูอีน (Toluene) เป็นสารเคมีที่ช่วยให้น้ำยาทาเล็บมีผิวเรียบเมื่อทาลงบนเล็บ ซึ่งหากสูดดมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อลำคอ และปอดได้ ตามกฎหมายอาจใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บโดยความเข้มข้นไม่เกิน 25% สารดังกล่าวข้างต้น มีความเกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็งได้ แต่การที่เราทาเล็บแล้วจะทำให้เกิดมะเร็งนั้นเกิดขึ้นได้น้อยมาก เนื่องจากน้ำยาทาเล็บในปัจจุบันระเหยและแห้งค่อนข้างเร็ว ดังนั้นหากเรารู้จักวิธีการทาเล็บให้ถูกวิธี จะทำให้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้โดย เลือกใช้น้ำยาทาเล็บที่มีการจดแจ้งกับ อย. แล้ว เปิดหน้าต่างและประตูก่อนใช้น้ำยาทาเล็บ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรใช้ปากเป่าน้ำยาทาเล็บให้แห้ง* แต่โอกาสเกิดได้น้อยมาก หากเลือกชนิดและใช้ถูกวิธีจะเห็นได้ว่า ในน้ำยาทาเล็บนั้นมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และเพิ่ม ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ แต่หากใช้อย่างถูกวิธี เลือกใช้น้ำยาทาเล็บที่มีคุณภาพ และไม่ทาเล็บบ่อยจนเกินไป การทาเล็บก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.oryor.com หรือโทร…