กรมการแพทย์ชี้ “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” พบบ่อยในคนไทย

แนะหมั่นสังเกตตนเองหากคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็น 1 ใน 10 ของมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย พบมากเป็นอันดับ 5 ในเพศชาย และอันดับ 9 ในเพศหญิง แต่ละปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 4,300 ราย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,300 ราย  หรือคิดเป็น 4 คนต่อวัน มะเร็งชนิดนี้พบได้ในทุกกลุ่มวัยและจะมีอุบัติการณ์สูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองจัดเป็นโรคมะเร็งของระบบโลหิตวิทยา หรือระบบโรคเลือด มักเกิดกับเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย เช่น บริเวณลำคอ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขน ข้อพับขา ในช่องอก และในช่องท้อง เป็นต้น สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากข้อมูลพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ การสัมผัสสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น สารเคมีปราบศัตรูพืช รวมไปถึงการมีภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง เช่น โรคเอดส์ การปลูกถ่ายอวัยวะ โรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น อาการในระยะแรกมักพบต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น ซึ่งจะคลำพบได้ง่ายในบริเวณที่อยู่ตื้น คลำได้ และอาจไม่รู้สึกเจ็บ เช่น บริเวณข้างลำคอ รักแร้ เต้านม หรือขาหนีบ…

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เตือนคนไทยเสี่ยงเป็นมะเร็งช่องปาก

มะเร็งช่องปาก เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นได้หลายตำแหน่งในช่องปาก เช่น ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก พื้นใต้ลิ้น และต่อมทอนซิล หลายคนอาจละเลยและคิดว่าเป็นแผลเล็กน้อยในช่องปากน่าจะหายได้เอง ทำให้ไม่ได้สังเกตสัญญาณของมะเร็งในช่องปาก ข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทย โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ รายงานจำนวนผู้ป่วยมะเร็งช่องปากรายใหม่ 4214 คน/ปี โดยพบในเพศชายมากว่าเพศหญิงและมักพบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุสำคัญของมะเร็งช่องปากมาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า การเคี้ยวหมาก การติดเชื้อไวรัส Human papilloma virus (HPV) หรือการมีแผลเรื้อรังในช่องปาก อาการส่วนใหญ่ของมะเร็งในช่องปากพบได้หลายลักษณะ เช่น การมีฝ้าขาวๆ ที่บริเวณใต้ลิ้น เหงือก พื้นช่องปาก เมื่อเป็นนาน ๆ รอยฝ้านั้นจะนูนขึ้นเป็นก้อน หรือกรณีเกิดแผลจะมีลักษณะคล้ายอาการร้อนใน แต่จะมีอาการมากกว่า 1 เดือน มะเร็งของลิ้นหรือลำคอในบางตำแหน่งอาจทำให้เกิดการเจ็บในหูขณะกลืนอาหารได้เพราะมีเส้นประสาทร่วมกัน หากมีอาการผิดปกติดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษา มะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ หรือสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โดยเริ่มต้นง่าย ๆ จากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวข้างต้น หมั่นดูแลใส่ใจสุขอนามัยช่องปากและฟันของตนเองเป็นประจำทุกวัน จัดตารางสุขภาพให้ตนเอง พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ทุก ๆ 6…

“มะเร็งกระเพาะอาหาร” ภัยเงียบใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่ก็พบว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori  การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การรับประทานอาหารหมักดอง รวมทั้งอาการอักเสบหรือเป็นแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง ทั้งนี้ มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 6 ของมะเร็งที่พบทั้งหมดทั่วโลก สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารรายใหม่ปีละ 2,853 คน โดยพบจำนวนผู้ป่วยเพศชายติดอันดับ 1 ใน 10 ของผู้ป่วยมะเร็งเพศชายทั้งประเทศ ส่วนเพศหญิงแม้จะไม่ติด 10 อันดับแรก แต่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมากเช่นกัน การป้องกันโรคสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย ตลอดจนเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารหากมีอาการปวดท้องเรื้อรังจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ โดยระยะเริ่มแรกอาจไม่มีอาการแสดงออกชัดเจน และอาจมีอาการคล้ายโรคอื่นๆ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะอาหารอักเสบ อาการท้องอืดจุกแน่นท้องหลังรับประทานอาหาร กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น ในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามอาจอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำคล้ำ หรืออาจมีเลือดปนในอุจจาระ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หากพบอาหารผิดปกติเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ ในด้านการวินิจฉัยโรคทำได้ด้วยการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังมีการตรวจเพิ่มเติมด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อประเมินการแพร่กระจายของโรคไปยังอวัยวะอื่น ๆ อีกด้วย  

มะเร็งไทรอยด์ ตรวจพบเร็ว สามารถรักษาให้หายขาดได้

จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทย เราพบผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์รายใหม่ประมาณ 2800 ราย โดยส่วนใหญ่จะพบมะเร็งต่อมไทรอยด์ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย จัดอยู่ในอันดับ 7 ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในเพศหญิง ส่วนในเพศชายแม้จะพบน้อยกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงของการเกิดโรคเช่นกัน มะเร็งไทรอยด์เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในต่อมไทรอยด์ และพัฒนาเป็นก้อนมะเร็งขึ้น และอาจจะขยายโตขึ้นเรื่อย ๆ สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ปัจจุบันยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามะเร็งไทรอยด์เกิดจากสาเหตุใด แต่มีหลายปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น การได้รับรังสีบริเวณลำคอหรือบริเวณต่อมไทรอยด์ เคยเป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ขาดธาตุอาหารไอโอดีน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นต้น มะเร็งไทรอยด์ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใด ๆ แต่เมื่อเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้น ผู้ป่วยอาจคลำพบก้อนนูนใต้ผิวหนังบริเวณกึ่งกลางลำคอ ซึ่งอาจพบเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ และอาจพบอาการป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เสียงแหบ หายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงหวีด กลืนลำบากหรือรู้สึกเจ็บขณะกลืน เจ็บบริเวณลำคอ ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอบวม เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติมาพบแพทย์ เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ โรคประจำตัว และการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงการตรวจเลือด และหากสงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็นมะเร็งไทรอยด์ แพทย์อาจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวด์ การตรวจด้วยไอโอดีนรังสี การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การทำไทรอยด์สแกน และการตรวจชิ้นเนื้อ ผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์จะได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากสหวิชาชีพ เพื่อวางแผนวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดและระยะโรคของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งการรักษามะเร็งไทรอยด์อาจทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัด การรับประทานไอโอดีนรังสี…

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ส่งกำลังใจให้ผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง

เดือนมิถุนายน ของทุกปี เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองให้กับผู้รอดชีวิตจากมะเร็งทั่วโลก ซึ่งหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ต่างก็ให้การยกย่องและให้เกียรติแก่ผู้ป่วยมะเร็งที่สามารถต่อสู้กับโรคนี้อย่างกล้าหาญและอดทน ผู้ใช้ชีวิตรอดจากโรคมะเร็งนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเองอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้ใฝ่รู้ และไม่นิ่งนอนใจเมื่อพบว่าตนเอง   มีอาการที่บ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายของโรคมะเร็ง 7 สัญญาณ ได้แก่ ระบบขับถ่ายที่เปลี่ยนแปร เป็นแผลที่ไม่รู้จักหาย ร่างกายมีก้อนตุ่ม กลุ้มใจเรื่องกินกลืนอาหาร ทวารทั้งหลายมีเลือดไหล ไฝหูดที่เปลี่ยนไป ไอและเสียงแหบจนเรื้อรัง  และเมื่อพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็ง ก็เข้ารับการรักษาและให้ความร่วมมือในการรักษาแผนปัจจุบันเป็นอย่างดี กรมการแพทย์ จึงขอให้กำลังใจกับผู้รอดชีวิตเหล่านี้ โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2561 มีผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 221 คน อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยมะเร็งหลายคนที่ได้รับการรักษาหายขาดแล้วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีสติ ไม่ประมาทในการบริโภคและการปฏิบัติตัว อีกทั้ง มีบางคนที่เสียสละเวลาส่วนตัวมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การดูแลสุขภาพตนเองระหว่างรับการรักษา ซึ่งถือได้ว่าผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเหล่านี้      ล้วนเป็นกำลังใจที่สำคัญให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งที่ยังอยู่ในระหว่างการรักษาได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันสังคมไทยหันมาให้ความสนใจผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง  ซึ่งช่วยเป็นแรงผลักดันให้คนไทยส่วนใหญ่หันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การรณรงค์ให้เกิดการคัดกรองโรคมะเร็งให้พบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้ เพราะหากปล่อยให้เป็นระยะท้าย ๆ แล้วค่อยมาพบแพทย์ อาจทำให้โอกาสการมีชีวิตรอดจากโรคมะเร็ง ลดน้อยลงได้  

รู้ทันมะเร็ง : นับถอยหลังมะเร็งปากมดลูก : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 24 ก.ค. 2558           ที่จั่วหัวว่า นับถอยหลังมะเร็งปากมดลูก ก็เพราะอยากจะบอกข่าวดีว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คงหาคนป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ยากลงเรื่อยๆ เพราะผลจากการทำทะเบียนมะเร็งทั่วประเทศล่าสุดพบว่า ลดลงกว่า 3 ปีก่อนอย่างชัดเจน จากที่เคยพบผู้ป่วย 16.7 คนต่อประชากร 100,000 คนในปี 2551 ลดลงเหลือ 14.5 คนต่อประชากร 100,000 คนในปี 2554 นอกจากนั้นยังมีปัจจัยเสริมอีกหลายประการที่เกื้อหนุนให้เห็นโอกาสในการเอาชนะโรคนี้อยู่ตรงหน้า           ประการแรก เป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ เป็นเพราะปัจจุบันทราบสาเหตุหลักของการเกิดโรคชัดเจนว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือไวรัสหูด เมื่อรู้สาเหตุที่แน่ชัดก็ทำให้สามารถหาทางควบคุมโรคได้อย่างมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงร่วมอื่นๆ เช่น การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การสูบบุหรี่ การกินยาคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปี การมีบุตรมากกว่า 3…

รู้ทันมะเร็ง : ‘มะเร็งตับ ที่สุดของที่สุด’ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  31 ก.ค. 2558           ในบรรดามะเร็งอวัยวะต่างๆ ที่พบในบ้านเรานั้น มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่ประมาณ 20,000 ราย พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเท่าตัว เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเพศชายและเป็นอันดับ 3 ในเพศหญิง และเป็นมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของทั้ง 2 เพศ โดยแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งตับเสียชีวิตประมาณ 15,000 ราย เหตุที่คนไทยเป็นโรคนี้บ่อยและมีอัตราการตายสูงนั้นมาจากหลายปัจจัย           ประเด็นแรก ทำไมโรคนี้ถึงพบบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ประการแรกเป็นเรื่องของการลงรหัสโรคที่มีการรวมเอาการวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดี มาอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคมะเร็งตับด้วย เพราะอาการของโรคมีความใกล้เคียงกัน มีก้อนเนื้อในตับเหมือนกัน ทำให้บ่อยครั้งไม่สามารถแยกโรคกันได้อย่างชัดเจน ในทางปฏิบัติผู้ป่วยทั้ง 2 โรคมักมาพบแพทย์ในระยะที่เป็นมากแล้ว การรักษาจึงเป็นแค่ประคับประคอง ความจำเป็นในการเจาะชิ้นเนื้อที่ตับมาพิสูจน์ว่าเป็นมะเร็งชนิดไหนแน่ จึงไม่มีความจำเป็น ซ้ำร้ายอาจเกิดผลร้ายที่ตามมาจากการทำหัตถการดังกล่าว ดังนั้น แท้จริงแล้วสถิติข้อมูลมะเร็งตับในบ้านเรา จึงมีทั้งมะเร็งเซลล์ตับและมะเร็งท่อน้ำดีรวมอยู่ด้วยกัน ประการที่ 2 สาเหตุของโรคที่ยังไม่รู้แน่ชัด ในขณะที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย ทำให้การป้องกันโรคทำได้ยากมากกว่าโรคมะเร็งที่ทราบสาเหตุชัดเจน…

รู้ทันมะเร็ง : ภาวะติดเชื้อกับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 24 ส.ค. 2558           โรคติดเชื้อหรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เคยเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายที่สำคัญเมื่อ 50 ปีก่อน หลังจากที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทั้งความรู้เรื่องสาเหตุของโรคและการค้นพบยารักษาโรคตัวใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันโรคติดเชื้อเดิมๆ หมดพิษสงลง แต่ภาวะติดเชื้อก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งคือ เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งและเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งอาการทรุดลงจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต           ในส่วนของการเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคประเภทไหน ตั้งแต่เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อปาราสิตหรือพยาธิชนิดต่างๆ ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้น เริ่มกันที่เชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไรหรือเชื้อเอชไพโลไร ที่เป็นสาเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งเซลล์ตับในที่สุด เชื้อไวรัสฮิวแมนแปปปิโลม่าหรือไวรัสเอชพีวีเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งอวัยวะเพศหญิง มะเร็งช่องคลอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอด้านในบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อนและต่อมทอนซิล เชื้อไวรัสเอปสไตน์บาร์เป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก ในส่วนของเชื้อปาราสิตหรือพยาธิที่ยังเป็นปัญหาสำคัญในบ้านเราก็คือ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบและเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งท่อน้ำดี ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อจากเชื้อประเภทใดก็ตาม เชื้อโรคกลุ่มที่เป็นสาเหตุมะเร็งพวกนี้มักเป็นการติดเชื้อแบบต่อเนื่องซ้ำๆ แบบเรื้อรัง และมักไม่แสดงอาการเหมือนการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน จนทำให้เซลล์ปกติค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด    …

รู้ทันมะเร็ง : หัวนมบอดกับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  18 ก.ย. 2558           ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อผู้หญิงทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงบ้านเรา สถิติล่าสุดของปี 2554 พบว่าบ้านเรามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 28 รายต่อประชากร 100,000 ราย หากมองย้อนไปเมื่อปี 2533 เมืองไทยเราพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่เพียง 13 รายต่อประชากร 100,000 ราย เรียกว่าเพิ่มขึ้นเกินกว่าเท่าตัวในช่วงเวลา 20 ปี และที่สำคัญมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกประเทศทั่วโลกทั้งประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว           คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับการคลำหาก้อนผิดปกติที่เกิดขึ้นในเต้านม แต่สิ่งหนึ่งที่มักมองข้ามคือการสังเกตบริเวณหัวนมและลานหัวนม ภาวะหัวนมบอดมีทั้งที่เป็นมาแต่กำเนิดและเกิดขึ้นภายหลัง มีตั้งแต่หัวนมยุบลงไปเพียงเล็กน้อยจนถึงหัวนมบุ๋มลงไปแบบถาวร คนที่มีภาวะหัวนมบอดหรือหัวนมไม่ยื่นออกมาตามปกติ ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสที่สิ่งสกปรกจะตกค้างหมักหมมภายใน มีกลิ่นเหม็น และท้ายที่สุดเกิดแผลบริเวณหัวนมที่เรื้อรังรักษายากและมีโอกาสเป็นมะเร็งในที่สุด การแก้ไขหัวนมบอดมีตั้งแต่การใช้นิ้วมือดันด้านข้างหัวนมทั้งสองด้านและดึงหัวนมบ่อยๆ การใช้อุปกรณ์สุญญากาศเป็นจุกครอบหัวนมช่วยดึงหัวนมขึ้นมา และสุดท้ายคือการผ่าตัดในกรณีที่หัวนมบอดมากและใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล ส่วนคุณผู้หญิงที่หัวนมยื่นเป็นปกติ แต่ต่อมาหัวนมเริ่มหดสั้นลงๆ จนเป็นหัวนมบุ๋มลงไป อันนี้น่ากลัวกว่า เพราะอาจเกิดจากมีก้อนมะเร็งใต้หัวนมที่ลุกลามไปที่ท่อน้ำนมและเกิดการดึงรั้งให้หัวนมหดตัวสั้นลง    …

รู้ทันมะเร็ง : ผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านม : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  9 ต.ค. 2558           ย่างเข้าเดือนตุลาคมปลายฝนต้นหนาว เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม ถือโอกาสเตือนคุณผู้ชายทั้งหลาย เพราะหลายคนยังคิดว่าผู้ชายอย่างเราไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมแน่นอน แต่แท้จริงแล้วมีโอกาสเป็นเช่นเดียวกัน เพียงแต่พบได้น้อยกว่าเท่านั้น           จากสถิติพบว่าโดยทั่วไปเพศชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมตลอดอายุขัยอยู่ที่ 1 ใน 1,000 ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2558 คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพศชายรายใหม่ 2,350 คน น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด เสียชีวิต 440 ราย ในขณะที่เพศหญิงเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมอยู่ที่ประมาณ 40,000 รายต่อปี โดยอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมในเพศชายค่อนข้างคงที่ในช่วง 30 ปี ในขณะที่อุบัติการณ์ในเพศหญิงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพศหญิงพบมากกว่าเพศชายประมาณ 100 เท่า ในเพศชายนั้นพบบ่อยในช่วงอายุ 60-70 ปี โดยพบว่าผู้ชายที่เป็นมะเร็งเต้านมมีอายุเฉลี่ยมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม 7-8 ปี    …