สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ส่งกำลังใจให้ผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง

เดือนมิถุนายน ของทุกปี เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองให้กับผู้รอดชีวิตจากมะเร็งทั่วโลก ซึ่งหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ต่างก็ให้การยกย่องและให้เกียรติแก่ผู้ป่วยมะเร็งที่สามารถต่อสู้กับโรคนี้อย่างกล้าหาญและอดทน ผู้ใช้ชีวิตรอดจากโรคมะเร็งนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเองอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้ใฝ่รู้ และไม่นิ่งนอนใจเมื่อพบว่าตนเอง   มีอาการที่บ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายของโรคมะเร็ง 7 สัญญาณ ได้แก่ ระบบขับถ่ายที่เปลี่ยนแปร เป็นแผลที่ไม่รู้จักหาย ร่างกายมีก้อนตุ่ม กลุ้มใจเรื่องกินกลืนอาหาร ทวารทั้งหลายมีเลือดไหล ไฝหูดที่เปลี่ยนไป ไอและเสียงแหบจนเรื้อรัง  และเมื่อพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็ง ก็เข้ารับการรักษาและให้ความร่วมมือในการรักษาแผนปัจจุบันเป็นอย่างดี กรมการแพทย์ จึงขอให้กำลังใจกับผู้รอดชีวิตเหล่านี้ โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2561 มีผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 221 คน อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยมะเร็งหลายคนที่ได้รับการรักษาหายขาดแล้วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีสติ ไม่ประมาทในการบริโภคและการปฏิบัติตัว อีกทั้ง มีบางคนที่เสียสละเวลาส่วนตัวมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การดูแลสุขภาพตนเองระหว่างรับการรักษา ซึ่งถือได้ว่าผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเหล่านี้      ล้วนเป็นกำลังใจที่สำคัญให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งที่ยังอยู่ในระหว่างการรักษาได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันสังคมไทยหันมาให้ความสนใจผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง  ซึ่งช่วยเป็นแรงผลักดันให้คนไทยส่วนใหญ่หันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การรณรงค์ให้เกิดการคัดกรองโรคมะเร็งให้พบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้ เพราะหากปล่อยให้เป็นระยะท้าย ๆ แล้วค่อยมาพบแพทย์ อาจทำให้โอกาสการมีชีวิตรอดจากโรคมะเร็ง ลดน้อยลงได้  

รู้ทันมะเร็ง : นับถอยหลังมะเร็งปากมดลูก : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 24 ก.ค. 2558           ที่จั่วหัวว่า นับถอยหลังมะเร็งปากมดลูก ก็เพราะอยากจะบอกข่าวดีว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คงหาคนป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ยากลงเรื่อยๆ เพราะผลจากการทำทะเบียนมะเร็งทั่วประเทศล่าสุดพบว่า ลดลงกว่า 3 ปีก่อนอย่างชัดเจน จากที่เคยพบผู้ป่วย 16.7 คนต่อประชากร 100,000 คนในปี 2551 ลดลงเหลือ 14.5 คนต่อประชากร 100,000 คนในปี 2554 นอกจากนั้นยังมีปัจจัยเสริมอีกหลายประการที่เกื้อหนุนให้เห็นโอกาสในการเอาชนะโรคนี้อยู่ตรงหน้า           ประการแรก เป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ เป็นเพราะปัจจุบันทราบสาเหตุหลักของการเกิดโรคชัดเจนว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือไวรัสหูด เมื่อรู้สาเหตุที่แน่ชัดก็ทำให้สามารถหาทางควบคุมโรคได้อย่างมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงร่วมอื่นๆ เช่น การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การสูบบุหรี่ การกินยาคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปี การมีบุตรมากกว่า 3…

รู้ทันมะเร็ง : ‘มะเร็งตับ ที่สุดของที่สุด’ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  31 ก.ค. 2558           ในบรรดามะเร็งอวัยวะต่างๆ ที่พบในบ้านเรานั้น มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่ประมาณ 20,000 ราย พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเท่าตัว เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเพศชายและเป็นอันดับ 3 ในเพศหญิง และเป็นมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของทั้ง 2 เพศ โดยแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งตับเสียชีวิตประมาณ 15,000 ราย เหตุที่คนไทยเป็นโรคนี้บ่อยและมีอัตราการตายสูงนั้นมาจากหลายปัจจัย           ประเด็นแรก ทำไมโรคนี้ถึงพบบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ประการแรกเป็นเรื่องของการลงรหัสโรคที่มีการรวมเอาการวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดี มาอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคมะเร็งตับด้วย เพราะอาการของโรคมีความใกล้เคียงกัน มีก้อนเนื้อในตับเหมือนกัน ทำให้บ่อยครั้งไม่สามารถแยกโรคกันได้อย่างชัดเจน ในทางปฏิบัติผู้ป่วยทั้ง 2 โรคมักมาพบแพทย์ในระยะที่เป็นมากแล้ว การรักษาจึงเป็นแค่ประคับประคอง ความจำเป็นในการเจาะชิ้นเนื้อที่ตับมาพิสูจน์ว่าเป็นมะเร็งชนิดไหนแน่ จึงไม่มีความจำเป็น ซ้ำร้ายอาจเกิดผลร้ายที่ตามมาจากการทำหัตถการดังกล่าว ดังนั้น แท้จริงแล้วสถิติข้อมูลมะเร็งตับในบ้านเรา จึงมีทั้งมะเร็งเซลล์ตับและมะเร็งท่อน้ำดีรวมอยู่ด้วยกัน ประการที่ 2 สาเหตุของโรคที่ยังไม่รู้แน่ชัด ในขณะที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย ทำให้การป้องกันโรคทำได้ยากมากกว่าโรคมะเร็งที่ทราบสาเหตุชัดเจน…

รู้ทันมะเร็ง : ภาวะติดเชื้อกับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 24 ส.ค. 2558           โรคติดเชื้อหรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เคยเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายที่สำคัญเมื่อ 50 ปีก่อน หลังจากที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทั้งความรู้เรื่องสาเหตุของโรคและการค้นพบยารักษาโรคตัวใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันโรคติดเชื้อเดิมๆ หมดพิษสงลง แต่ภาวะติดเชื้อก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งคือ เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งและเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งอาการทรุดลงจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต           ในส่วนของการเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคประเภทไหน ตั้งแต่เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อปาราสิตหรือพยาธิชนิดต่างๆ ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้น เริ่มกันที่เชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไรหรือเชื้อเอชไพโลไร ที่เป็นสาเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งเซลล์ตับในที่สุด เชื้อไวรัสฮิวแมนแปปปิโลม่าหรือไวรัสเอชพีวีเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งอวัยวะเพศหญิง มะเร็งช่องคลอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอด้านในบริเวณโคนลิ้น เพดานอ่อนและต่อมทอนซิล เชื้อไวรัสเอปสไตน์บาร์เป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก ในส่วนของเชื้อปาราสิตหรือพยาธิที่ยังเป็นปัญหาสำคัญในบ้านเราก็คือ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบและเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งท่อน้ำดี ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อจากเชื้อประเภทใดก็ตาม เชื้อโรคกลุ่มที่เป็นสาเหตุมะเร็งพวกนี้มักเป็นการติดเชื้อแบบต่อเนื่องซ้ำๆ แบบเรื้อรัง และมักไม่แสดงอาการเหมือนการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน จนทำให้เซลล์ปกติค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด    …

รู้ทันมะเร็ง : หัวนมบอดกับมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  18 ก.ย. 2558           ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อผู้หญิงทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงบ้านเรา สถิติล่าสุดของปี 2554 พบว่าบ้านเรามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 28 รายต่อประชากร 100,000 ราย หากมองย้อนไปเมื่อปี 2533 เมืองไทยเราพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่เพียง 13 รายต่อประชากร 100,000 ราย เรียกว่าเพิ่มขึ้นเกินกว่าเท่าตัวในช่วงเวลา 20 ปี และที่สำคัญมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกประเทศทั่วโลกทั้งประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว           คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับการคลำหาก้อนผิดปกติที่เกิดขึ้นในเต้านม แต่สิ่งหนึ่งที่มักมองข้ามคือการสังเกตบริเวณหัวนมและลานหัวนม ภาวะหัวนมบอดมีทั้งที่เป็นมาแต่กำเนิดและเกิดขึ้นภายหลัง มีตั้งแต่หัวนมยุบลงไปเพียงเล็กน้อยจนถึงหัวนมบุ๋มลงไปแบบถาวร คนที่มีภาวะหัวนมบอดหรือหัวนมไม่ยื่นออกมาตามปกติ ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสที่สิ่งสกปรกจะตกค้างหมักหมมภายใน มีกลิ่นเหม็น และท้ายที่สุดเกิดแผลบริเวณหัวนมที่เรื้อรังรักษายากและมีโอกาสเป็นมะเร็งในที่สุด การแก้ไขหัวนมบอดมีตั้งแต่การใช้นิ้วมือดันด้านข้างหัวนมทั้งสองด้านและดึงหัวนมบ่อยๆ การใช้อุปกรณ์สุญญากาศเป็นจุกครอบหัวนมช่วยดึงหัวนมขึ้นมา และสุดท้ายคือการผ่าตัดในกรณีที่หัวนมบอดมากและใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล ส่วนคุณผู้หญิงที่หัวนมยื่นเป็นปกติ แต่ต่อมาหัวนมเริ่มหดสั้นลงๆ จนเป็นหัวนมบุ๋มลงไป อันนี้น่ากลัวกว่า เพราะอาจเกิดจากมีก้อนมะเร็งใต้หัวนมที่ลุกลามไปที่ท่อน้ำนมและเกิดการดึงรั้งให้หัวนมหดตัวสั้นลง    …

รู้ทันมะเร็ง : ผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านม : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  9 ต.ค. 2558           ย่างเข้าเดือนตุลาคมปลายฝนต้นหนาว เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม ถือโอกาสเตือนคุณผู้ชายทั้งหลาย เพราะหลายคนยังคิดว่าผู้ชายอย่างเราไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมแน่นอน แต่แท้จริงแล้วมีโอกาสเป็นเช่นเดียวกัน เพียงแต่พบได้น้อยกว่าเท่านั้น           จากสถิติพบว่าโดยทั่วไปเพศชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมตลอดอายุขัยอยู่ที่ 1 ใน 1,000 ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2558 คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพศชายรายใหม่ 2,350 คน น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด เสียชีวิต 440 ราย ในขณะที่เพศหญิงเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมอยู่ที่ประมาณ 40,000 รายต่อปี โดยอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมในเพศชายค่อนข้างคงที่ในช่วง 30 ปี ในขณะที่อุบัติการณ์ในเพศหญิงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพศหญิงพบมากกว่าเพศชายประมาณ 100 เท่า ในเพศชายนั้นพบบ่อยในช่วงอายุ 60-70 ปี โดยพบว่าผู้ชายที่เป็นมะเร็งเต้านมมีอายุเฉลี่ยมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม 7-8 ปี    …

รู้ทันมะเร็ง : ผื่นหัวนมอีกหนึ่งสัญญาณมะเร็งเต้านม : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  16 ต.ค. 2558           เดือนตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมทั่วโลก ถือโอกาสเล่าเรื่องมะเร็งเต้านมเพื่อความต่อเนื่อง เรื่องของผื่นบริเวณหัวนมอีกอาการหนึ่งของความผิดปกติที่อาจเป็นอาการของมะเร็งเต้านม ที่ไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึง ส่วนใหญ่มักเน้นเรื่องหัวนมบอดและมีน้ำผิดปกติไหลออกจากหัวนม จนคุณผู้หญิงหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแค่ผิวหนังอักเสบ ไปหาหมอโรคผิวหนังหรือแค่ซื้อยามาทาก็หาย ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก           แท้จริงแล้วเจ้าผื่นที่ว่าอาจเกิดขึ้นที่หัวนมหรือลานหัวนมก็ได้ โดยมากมักเริ่มจากเป็นผื่นแดง ตุ่มแดง มีอาการแสบๆ คันๆ มีน้ำเหลืองไหล ช่วงแรกอาจจะเป็นๆ หายๆ ต่อมากลายเป็นแผลแข็งตกสะเก็ด ที่สำคัญคือพวกนี้รักษาด้วยยาทาที่หมอโรคผิวหนังให้แล้วก็ยังไม่หาย เป็นเพราะเกิดจากการที่เซลล์มะเร็งเกิดเริ่มต้นในท่อน้ำนมใต้หัวนม แล้วลามขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมและลานหัวนมในที่สุด พูดง่ายๆ ว่าแทนที่จะลามลงด้านล่างในเนื้อเต้านมตามปกติ และมาพบแพทย์ด้วยเรื่องก้อนเต้านมให้คลำเจอได้ กลับมาด้วยผื่นด้านบนแทน และมักจะคลำหาก้อนไม่ค่อยได้ ผื่นพวกนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่าโรคพาเจ็ตของเต้านมหรือหัวนม ตามชื่อของหมอคนแรกที่ค้นพบโรคนี้ โรคนี้พบได้ไม่บ่อย ในสหรัฐอเมริกาพบแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด ส่วนใหญ่พบในคนอายุมากกว่า 50 ปี และ 97 เปอร์เซ็นต์…

รู้ทันมะเร็ง : ติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ ต้นตอมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  13 พ.ย. 2558           ตัวการสำคัญที่เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าติ่งเนื้อส่วนใหญ่จะกลายเป็นมะเร็งกันทั้งหมด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะกลายเป็นมะเร็ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นติ่งเนื้อประเภทใด วงการแพทย์ด้านโรคมะเร็งจึงรณรงค์ให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมาตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักก่อนที่จะมีอาการ ซึ่งหนีไม่พ้นการตรวจหาเจ้าติ่งเนื้อที่ว่า ก่อนที่จะกลายเป็นเซลล์เนื้อร้ายเซลล์มะเร็งในที่สุด           โดยทั่วไปแล้วทุกคนมีสิทธิ์เป็นติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เหมือนกันหมด แต่ในคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป มีภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่า จึงเป็นที่มาของคำแนะนำทางการแพทย์ให้คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปมารับการตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ ส่วนเรื่องอาการแสดงของติ่งเนื้อนั้นก็เช่นเดียวกับมะเร็ง คือส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการใดๆ อาการที่พบได้บ้าง ก็เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด สีของอุจจาระเปลี่ยนไปจากปกติ ในกรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่อาจมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน รวมไปถึงมีภาวะซีดจากการเสียเลือดเรื้อรัง ทำให้มีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ เรียกว่าเป็นอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจงกับติ่งเนื้อแต่อย่างใด           ส่วนประเภทของติ่งเนื้อก็แบ่งเป็นหลายประเภทหลายแบบ ที่พบได้ไม่บ่อยแต่มีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากคือ…

รู้ทันมะเร็ง : ระยะก่อน กลายเป็นมะเร็ง : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก  27 พ.ย. 2558           แม้ว่าจะโชคดีขั้นที่หนึ่งแล้วที่ผลการตรวจไม่เป็นมะเร็ง แต่ดันตรวจเจอผลผิดปกติ เช่น มีก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งหรือเจอเซลล์ผิดปกติที่ยังไม่เป็นมะเร็งตอนนี้ แต่มีโอกาสที่อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ในอนาคต ทำเอาคนไข้กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายราย เพราะวิตกกังวลว่าตนเองจะโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่           จริงๆ แล้วในทางการแพทย์ ทั้งกลุ่มที่เซลล์มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งและกลุ่มที่เป็นระยะก่อนเป็นมะเร็ง ถูกจัดให้เป็นกลุ่มเดียวกัน ในความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซลล์ที่ผิดปกติหรือเป็นก้อนเนื้องอกผิดปกตินั้น โอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งในอนาคตหรือจะเป็นแบบเดิมไปเรื่อยๆ นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความผิดปกติของอวัยวะไหนและอีกหลายปัจจัยอื่น เช่น มีความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วมด้วยหรือไม่ อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีโอกาสส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่เลวลงหรือไม่ ซึ่งมีทั้งสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทางเคมี ทางรังสี ทางชีวภาพ รวมไปถึงว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ร่วมด้วยหรือไม่ ตัวอย่างที่พบได้บ่อยเช่น รอยฝ้าขาวในช่องปากตอนแรกตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ก็ยังไม่เป็นมะเร็ง แต่มีสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ผิดปกติในช่องปาก มีฟันบางซี่ไปครูดเสียดสีบริเวณนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด หรือมีสิ่งแวดล้อมทางเคมี เช่น เคี้ยวหมาก สูบบุหรี่เป็นประจำ ก็ทำให้รอยฝ้าขาวกลายเป็นมะเร็งช่องปากได้เช่นกัน      …

รู้ทันมะเร็ง : ‘เมื่อหลอดอาหารเป็นมะเร็ง’ : โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

เครดิต : คมชัดลึก 11 ธ.ค. 2558           เชื่อว่าหลายคนคงไม่ค่อยคุ้นหูกับอวัยวะที่ชื่อว่าหลอดอาหาร จริงๆ แล้วหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่อยู่ระหว่างคอหอยกับกระเพาะอาหาร เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อเริ่มตั้งแต่บริเวณลำคอทอดตัวอยู่ด้านหลังในช่องอกผ่านกะบังลมลงสู่กระเพาะอาหารบริเวณใต้ลิ้นปี่ เป็นอีกอวัยวะหนึ่งของระบบทางเดินอาหารที่เป็นมะเร็งได้ไม่ต่างจากอวัยวะอื่น           เนื่องจากหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อกลวงให้อาหารที่ถูกฟันบดเคี้ยวแล้ว ผ่านลงสู่กระเพาะอาหาร เมื่อมีเนื้องอกเกิดขึ้นซึ่งส่วนใหญ่แล้วเริ่มต้นจากเซลล์เยื่อบุด้านในหลอดอาหารเกิดการแบ่งตัวผิดปกติ อาการเริ่มต้นจึงหนีไม่พ้นอาการกลืนลำบาก โดยเริ่มจากการกลืนอาหารปกติลำบากก่อน ต่อมาเมื่อก้อนเนื้องอกโตมากขึ้น เริ่มเบียดบังรูของหลอดอาหารให้แคบเล็กลง ก็ทำให้กลืนพวกอาหารอ่อน เช่น โจ๊กหรือข้าวต้มได้ยากขึ้น ท้ายที่สุดก็กินได้แต่อาหารเหลวและมีอาการอาเจียนมากขึ้นตามลำดับ โดยผู้ป่วยอาจบอกตำแหน่งได้คร่าวๆ ว่ารู้สึกกลืนอาหารติดอยู่บริเวณไหน บางรายมีเจ็บในช่องอก ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด และมีอาการเสียงแหบร่วมด้วย ผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารส่วนใหญ่มักมีน้ำหนักลด ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอาหารแทบไม่สามารถผ่านลงไปให้ลำไส้เล็ก ได้ดูดซึมสารอาหารไปให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์เหมือนกับมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ส่งผลให้การรักษาได้ผลไม่ค่อยดีเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร หลายรายต้องมาบำรุงมาขุนให้ภาวะขาดสารอาหารดีขึ้นเสียก่อนแล้วจึงเริ่มให้การรักษา นอกจากนั้นลักษณะทางกายวิภาคของหลอดอาหารที่อยู่ใกล้เคียงกับหลอดลม หลอดเลือดแดงใหญ่ หัวใจและปอด ก็ยิ่งทำให้การรักษายากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่โรคมีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงที่สำคัญดังกล่าว           ส่วนเรื่องที่ใครๆ…