เครดิต : คมชัดลึก 5 ก.ค. 2556
อาทิตย์ก่อนมีคนไข้มะเร็งตับกลับมาปรึกษาในสภาพตัวเหลืองตาเหลือง ท้องมาน ทำให้คิดถึงเมื่อหลายเดือนก่อนที่ผู้ป่วยรายเดียวกันนี้ยังมีก้อนมะเร็งขนาดประมาณ 5 เซนติเมตร จำได้ว่าคุยกันอธิบายกันหลายรอบ มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมาฟังด้วยหลายครั้ง มีคำถามมากมายแต่สุดท้ายผู้ป่วยรายนี้ก็ปฏิเสธการรักษาแผนปัจจุบัน หันไปหาการรักษาตามความเชื่อตามคำบอกเล่าของผู้หวังดีที่ไม่รู้จริง น่าเสียดายมากกับโอกาสแทนที่จะหายขาดกลับกลายเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายที่ทำได้แค่การรักษาแบบประคับประคอง ปัญหาในลักษณะนี้ยังวนเวียนไม่รู้จักจบจักสิ้น ตราบใดที่ผู้ป่วยและญาติยังตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาตามอารมณ์ ความเชื่อ ความรู้สึก ไม่ได้พิจารณาตามข้อมูลหลักฐานทางการแพทย์เป็นหลัก ไม่เพียงแต่ในเฉพาะมะเร็งตับเท่านั้น มะเร็งทุกชนิดทุกอวัยวะก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน
วกกลับมาเรื่องที่จั่วหัวไว้ ความเชื่อที่ว่ามะเร็งตับผ่าตัดไม่ได้ ผ่าตัดแล้วทรุด ผ่าตัดมะเร็งแพร่กระจายไปเร็วกว่าเดิม เพราะเคยเห็นมาหรือได้ยินมานักต่อนัก โดยเฉพาะมะเร็งท่อน้ำดีที่พบบ่อยในภาคอีสาน บ่อยครั้งก็ถูกชาวบ้านเหมารวมเรียกว่าเป็นมะเร็งตับเหมือนกัน ใครที่มีความเชื่อหรือได้ยินได้ฟังมาในลักษณะผิดๆ แบบนี้ ขอให้ช่วยกรุณาลบโปรแกรมความเชื่อที่ผิดออกจากสมองโดยด่วน เพราะท่านอาจจะทำบาปทำกรรมโดยไม่รู้ตัวจากการไปให้คำแนะนำผิดๆเหล่านั้น ทำให้คนไข้สูญเสียโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ยิ่งถ้าผู้ป่วยรายนั้นกลัวการผ่าตัด กลัวผลข้างเคียงจากการให้ยาเคมีบำบัด ก็ยิ่งไปกันใหญ่กู่ไม่กลับเลย
ความจริงตัวเลขปัจจุบันคนไข้บ้านเราทั้งมะเร็งเซลล์ตับของจริงและมะเร็งท่อน้ำดี ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยเมื่อมีอาการแล้วมาพบแพทย์ มักเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม ส่วนมะเร็งตับที่เกิดจากการแพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่นก็หลากหลายมีทั้งที่มาที่ตับแห่งเดียวหรือกระจายไปหลายอวัยวะแล้ว การผ่าตัดในมะเร็งทั้ง 3 แบบก็มีรายละเอียดแตกต่างกัน ที่เจอบ่อยหลายรายเปิดช่องท้องผ่าตัด หวังจะเข้าไปตัดเอาก้อนออกแต่ไปพบว่ามะเร็งกระจายเป็นเม็ดเล็กๆ ตามเยื่อบุช่องท้อง ก็ต้องเปลี่ยนแผนการผ่าตัดจากเดิมเป็นแค่ผ่าตัดทำทางเดินน้ำดีให้ใหม่ โดยที่เนื้องอกมะเร็งยังหลงเหลืออยู่หรือเย็บปิดช่องท้องโดยไม่ได้ผ่าตัดอะไรออกเลย ซ้ำร้ายส่วนใหญ่ญาติยังไม่ยอมให้หมอบอกความจริงกับคนไข้อีกว่ามะเร็งกระจายไปมากแล้ว กลัวว่าคนไข้จะเสียกำลังใจอีก มิหนำซ้ำยังขอร้องให้หมอช่วยบอกตรงกันข้ามอีกว่าตัดเอาก้อนออกหมดแล้วเสียอีก ไม่นานพอคนไข้เสียชีวิตลงก็สรุปเอาเองง่ายๆ ว่าการผ่าตัดเป็นจำเลยไปตามระเบียบ นี่ก็แค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่พบบ่อย ในความเป็นจริงผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกันอีกมากมายหลายประเด็นปลีกย่อย เช่น สุขภาพ โรคประจำตัวก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน จะมาเหมารวมว่าผลการรักษาของคนไข้ที่ได้ยินได้ฟังมาจะได้ผลเช่นเดียวกับคนอื่นๆ มันไม่ง่ายแบบนั้นเสมอไป
จำไว้นะครับ มีสติ ใช้ปัญญาและเหตุผลในการรับรู้ข้อมูล อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ที่น่าเป็นห่วงและน่าสงสารที่สุดก็ผู้ป่วยมะเร็งที่ยังเป็นไม่มากแต่ไปหลงทางเสียเวลาเสียโอกาสอย่างผู้ป่วยที่เล่าให้ฟังรายนี้แหละครับ

