ข่าวบิดเบือน 9 อาหาร ที่เด็กไม่ควรรับประทาน เพราะทำให้เป็นโรคมะเร็ง

ตามที่ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง 9 อาหาร ที่เด็กไม่ควรรับประทาน เพราะทำให้เป็นโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลบิดเบือน จากที่มีการแชร์ข้อมูลอาหารที่เด็กไม่ควรรับประทาน 9 ชนิด ที่ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, แฮม ไส้กรอก, คุกกี้, ไอศกรีม, มันฝรั่งทอดแผ่น, หมากฝรั่ง, ขนมเยลลี่และวุ้นสำเร็จรูป และชานม เพราะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer; IARC) จัดให้เนื้อสัตว์แปรรูปเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และสารอะคริลาไมด์ (สารที่เกิดจากอาหารจำพวกแป้งที่ผ่านความร้อนสูง) เป็นสารกลุ่มที่มีความเป็นไปได้สูงในการก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่เชื่อมโยงว่าการรับประทาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คุกกี้ ไอศครีม มันฝรั่งแผ่นทอด ผลไม้อบแห้ง หมากฝรั่ง ขนมเยลลี่และวุ้นสำเร็จรูป ชานม ทำให้เกิดมะเร็ง โดยจากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการสามารถจัดกลุ่มอาหารดังกล่าวได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. อาหารทั่วไป ได้แก่…

เจ็บคอ รู้สึกมีก้อนติดอยู่ในลำคอ เป็นสัญญาณเตือนมะเร็งในช่องปาก จริงหรือ?

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับประเด็น เจ็บคอ รู้สึกมีก้อนติดอยู่ในลำคอ เป็นสัญญาณเตือนมะเร็งในช่องปาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง กรณีการโพสข้อความว่า เจ็บคอและรู้สึกมีก้อนติดอยู่ในลำคอ เป็นสัญญาณเตือนมะเร็งในช่องปาก ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งในช่องปากได้ โดยมะเร็งช่องปาก เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นได้หลายตำแหน่งในช่องปาก ได้แก่ ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก พื้นใต้ลิ้น ลิ้นไก่ และต่อมทอนซิล ซึ่งสาเหตุของมะเร็งช่องปากมาจากหลายปัจจัย เช่น พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการเคี้ยวหมาก การติดเชื้อไวรัส Human papilloma virus (HPV) หรือการมีแผลเรื้อรังในช่องปาก โดยทั่วไปเราสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ เช่น  มีอาการเจ็บ หรือรู้สึกมีก้อนติดอยู่ในลำคอ มีแผลในช่องปากคล้ายแผลร้อนในเรื้อรัง มีอาการชา หรือเจ็บบริเวณใบหน้า ปาก และลำคอ โดยไม่ทราบสาเหตุ พบรอยโรคสีขาว สีแดง หรือสีขาวปนแดงในปาก พบก้อนเนื้อบวมโต หรือมีเลือดออกผิดปกติในช่องปาก ทั้งนี้ หากพบว่ามีอาการผิดปกติบริเวณช่องปากและคอหอยติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการตรวจเจอโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรกจะทำให้มีโอกาสรักษาหายขาดได้…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! พุทธรักษาดอกขาว ช่วยรักษาโรคมะเร็ง

ตามที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่อง พุทธรักษาดอกขาว ช่วยรักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยดอกพุทธรักษาสีขาวนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าพุทธรักษาดอกขาวรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งสมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ชนิดของสมุนไพร ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยพุทธรักษา เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ และมีหลายสายพันธุ์ จากการสืบค้นงานวิจัยพบว่าพุทธรักษาสายพันธุ์ Canna indica L. มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เช่น แอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ เทอร์พีนอยด์ ซาโปนิน และแทนนิน จึงมีการทดลองนำสารสกัดจากพุทธรักษามาใช้ทดสอบฤทธ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้นที่ศึกษาในระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าจะสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าพุทธรักษาดอกขาวรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ และผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่ตรวจสอบ…

ข่าวบิดเบือน สารสกัดจากใบบัวตองสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

ตามที่ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สารสกัดจากใบบัวตองสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน จากที่มีคลิปวิดีโอแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสารสกัดจากใบบัวตอง โดยกล่าวว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า สารสกัดจากใบบัวตองสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าสามารถยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ โดยบัวตอง มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ แอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ฟีนอล ซาโปนิน แทนนิน และเทอร์ปีนอยด์ จากการสืบค้นงานวิจัยพบว่าใบบัวตองมีสาร sesquiterpene ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงมีการนำสารสกัดจากใบบัวตองมาศึกษาวิจัยในระดับเซลล์พบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองที่ศึกษาในห้องปฏิบัติการเท่านั้น และแม้ว่าสมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ชนิดของสมุนไพร ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : สารสกัดจากใบบัวตองสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าสามารถยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! สมุนไพรย่านางแดงมีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็ง

ตามที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่อง สมุนไพรย่านางแดงมีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็ง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรย่านางแดง ที่กล่าวว่าสามารถนำมาใช้รักษารักษาโรคมะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า จากการสืบค้นงานวิจัยพบว่าย่านางแดงมีสาร tiliacorinine ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงนำสารสกัดจากย่านางแดงมาศึกษาวิจัยในระดับเซลล์พบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองที่ศึกษาในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าย่านางแดงจะสามารถรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยย่านางแดง เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์เย็น รสชาติจืด ในทางการแพทย์แผนไทยใช้ใบ ต้น และรากของย่านางแดงในการถอนพิษเบื่อเมา แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ไข้ปวดเมื่อย แก้ท้องผูก แก้ไข้สุกใส ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ซึ่งย่านางแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ แอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน และแทนนิน แต่ทั้งนี้สมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ชนิดของสมุนไพร ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : มีเพียงการศึกษาวิจัยในระดับเซลล์ ที่พบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองที่ศึกษาในห้องปฏิบัติการเท่านั้น…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! เมล็ดต้นงิ้วช่วยรักษาโรคมะเร็งได้

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง เมล็ดต้นงิ้วช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์ ว่าเมล็ดต้นงิ้วช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงว่า ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่าเมล็ดต้นงิ้วสามารถนำมาใช้รักษามะเร็งในมนุษย์ โดยต้นงิ้ว (Bombax ceiba L.) เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนี่ง จากการสืบค้นข้อมูลมีเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการ พบว่า มีการนำส่วนต่าง ๆ ของต้นงิ้ว เช่น ใบ ราก ดอก และเมล็ด มาทดสอบหาสารต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงรายงานวิจัยเบื้องต้นและมีจำนวนน้อยมาก ขณะเดียวกันปัจจุบันยังไม่พบการศึกษาวิจัยที่ใช้เมล็ดต้นงิ้วรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ การรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณาหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนและอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันยังไม่พบการศึกษาวิจัยที่ใช้เมล็ดต้นงิ้วรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ต้นสะเดาดำ สามารถรักษาโรคมะเร็งได้

ตามที่มีกระแสข่าวตามสื่อออนไลน์ เรื่อง ต้นสะเดาดำ สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่าสะเดาดำสามารถนำมารับประทานเพื่อรักษาโรคมะเร็งได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าสะเดาดำช่วยรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยต้นสะเดาดำ สามารถนำยอดและดอกมารับประทานได้เหมือนกับยอดสะเดาเขียวทั่วไป แต่พืชสะเดาดำนอกจากจะเป็นอาหารได้แล้วยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพร ได้แก่ ลดความดันโลหิตสูง ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยเจริญอาหาร เป็นต้น จากการศึกษาข้อมูลพบว่าสารสำคัญที่พบมากในสะเดาดำ คือ แอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มีบทบาทในการช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคระบบหัวใจหลอดเลือด เบาหวาน มะเร็ง อย่างไรก็ตาม ในด้านการรักษาโรคไม่พบหลักฐานงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่าสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ อีกทั้งการรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรคควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าสะเดาดำช่วยรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้ ซึ่งการรับประทานเพื่อหวังผลในด้านการรักษาโรคควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ทองพันชั่ง อังกาบหนู สามารถรักษาโรคมะเร็งผิวหนังได้

ตามที่ได้มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง ทองพันชั่ง อังกาบหนู สามารถรักษาโรคมะเร็งผิวหนังได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ ว่าทองพันชั่ง และอังกาบหนูสามารถรักษาโรคมะเร็งทางผิวหนังได้ ทั้งโรคมะเร็งภายนอกและภายใน และโรคมะเร็งแผลเรื้อรัง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงว่าจากการสืบค้นข้อมูล ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันแน่ชัดว่าทองพันชั่ง และอังกาบหนูสามารถรักษาโรคมะเร็งผิวหนังในมนุษย์ได้ โดยทองพันชั่ง (Rhinacanthus nasutus Kurz) และอังกาบหนู (Barleria prionitis L.) เป็นพืชที่ถูกนำมาใช้ในตำหรับยาสมุนไพรพื้นบ้านมีสรรพคุณหลายด้าน เช่น ลดไข้ ลดอาการกลาก เกลื้อนและผื่นคัน แต่ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยยืนยันแน่ชัดว่าทองพันชั่ง และอังกาบหนูสามารถรักษาโรคมะเร็งผิวหนังได้ อีกทั้งเน้นย้ำว่าสมุนไพรมีคุณประโยชน์แต่ควรศึกษารายละเอียดด้านสรรพคุณ ชนิดของสมุนไพร ฤทธิ์ทางเภสัช และวิธีการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณา หรือตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน และอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ :…

ข่าวปลอม อย่าแชร์! คลิปวิดีโอแนะนำดื่มน้ำต้มต้นราชดัด ช่วยรักษาโรคมะเร็งตับ

ตามที่มีกระแสข่าวตามสื่อออนไลน์ เรื่อง คลิปวิดีโอแนะนำดื่มน้ำต้มต้นราชดัด ช่วยรักษาโรคมะเร็งตับ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่สรรพคุณของต้นราชดัด ว่าถ้าหากนำไปต้มดื่มจะช่วยรักษาโรคมะเร็งตับได้นั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า ต้นราชดัดไม่สามารถนำมาใช้รักษามะเร็งตับในมนุษย์ได้ แม้ว่าจะมีงานวิจัยระดับเซลล์ที่ศึกษาการนำสารสกัดจากต้นราชดัดมาใช้ทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบ รวมถึงมีการวิจัยนำสารสกัดต้นราชดัดมาใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง อย่างไรก็ตามผลการศึกษาเหล่านี้เป็นเพียงงานวิจัยเบื้องต้นและยังไม่ได้ข้อสรุปหรือการยืนยันที่แน่ชัดว่าสกัดจากต้นราชดัดจะช่วยรักษามะเร็งตับในมนุษย์ได้ จึงยังคงต้องรอผลการวิจัยและข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไปในอนาคต ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : มีเพียงงานวิจัยระดับเซลล์เบื้องต้นและยังไม่ได้ข้อสรุปหรือการยืนยันที่แน่ชัดว่าสกัดจากต้นราชดัดจะช่วยรักษามะเร็งตับในมนุษย์ได้ จึงยังคงต้องรอผลการวิจัยและข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไปในอนาคต หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ดื่มน้ำสกัดจากใบบัวบก ผักชีลาว คึ่นฉ่าย และมะระขี้นก ช่วยรักษามะเร็งก้านสมอง

ตามที่มีการแชร์คลิปวิดีโอตามสื่อออนไลน์ เรื่อง ดื่มน้ำสกัดจากใบบัวบก ผักชีลาว คึ่นฉ่าย และมะระขี้นก ช่วยรักษามะเร็งก้านสมอง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ให้ดื่มน้ำสกัดจากใบบัวบก ผักชีลาว คึ่นฉ่าย และมะระขี้นก เพื่อหวังผลในการรักษามะเร็งก้านสมองนั้น ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อมูลวิชาการพบว่าพืชผักดังกล่าวไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ เนื่องจากอาหารในกลุ่มพืชผักสมุนไพรอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น สารโมโนเทอร์ปีน ไทรเทอร์ปีนส์ ฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล เบต้าแคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงผลการศึกษาเบื้องต้น และยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกที่ยืนยันว่าพืชผักดังกล่าวช่วยรักษามะเร็งก้านสมอง และมะเร็งต่อมไทรอยด์ในมนุษย์ได้ ซึ่งการรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการพิจารณาหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนและอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ หรือ www.nci.go.th หรือโทร. 02 2026800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลทางวิชาการที่สามารถนำมายืนยันได้ว่าใบบัวบก ผักชีลาว คึ่นฉ่าย และมะระขี้นกสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ